ปั้นย่านสถานีธนบุรีสู่เมืองแห่งการแพทย์ เริ่มเฟสแรกปลายปี
เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นไม่น้อยกับข่าวล่าสุดที่ นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ได้ออกมาเผยถึงแผนการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายในการ ปั้นย่านสถานีธนบุรีสู่เมืองแห่งการแพทย์ เริ่มเฟสแรกปลายปี นี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าพื้นที่กว่า 148 ไร่ใจกลางกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพระดับสากล
ปั้นย่านสถานีธนบุรีสู่เมืองแห่งการแพทย์ เริ่มเฟสแรกปลายปี
พื้นที่ย่านสถานีธนบุรีนั้นมีศักยภาพสูงมากครับ เพราะนอกจากจะเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีส้ม และรถไฟสายสีแดงแล้ว ยังตั้งอยู่ติดกับโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญด้านสาธารณสุขของไทย การที่ภาครัฐตัดสินใจเดินหน้า ปั้นย่านสถานีธนบุรีสู่เมืองแห่งการแพทย์ เริ่มเฟสแรกปลายปี 2569 จึงเป็นแผนที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
รายละเอียดการพัฒนาในเฟสแรกบนพื้นที่ 22 ไร่
ในเฟสแรกนี้ ทางโครงการจะมุ่งเน้นพัฒนาพื้นที่ประมาณ 22 ไร่ โดยจะเน้นการใช้ประโยชน์ที่ครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น:
- Wellness Center: ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพครบวงจรสำหรับคนทุกวัย
- Wellness Residence: ที่พักสำหรับผู้ป่วยและญาติที่ต้องการความสะดวกสบาย
- อาคารพักอาศัย: คอนโดมิเนียมสำหรับพนักงานรถไฟ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
- Medical Center: ศูนย์การแพทย์และอาคารจอดรถขนาดใหญ่รองรับกว่า 1,000 คัน
โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างตึก แต่คือการออกแบบพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับการบริการและการเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยเชื่อมั่นว่าแผนงาน ปั้นย่านสถานีธนบุรีสู่เมืองแห่งการแพทย์ เริ่มเฟสแรกปลายปี นี้ จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชนได้ไม่ยาก ด้วยทำเลทองที่ห่างจากสถานีศิริราชเพียง 400 เมตร
มุมมองต่อการมีส่วนร่วมของชุมชน
นอกจากเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานแล้ว สิ่งที่น่าชื่นชมคือการให้ความสำคัญกับบุคลากรของ รฟท. และการรับฟังความคิดเห็นจากโรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้โครงการนี้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายจริงๆ ทั้งการจัดหาที่จอดรถและการเชื่อมโยงสิทธิการรักษาพยาบาล ซึ่งจะเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่เมือง (Transit-Oriented Development) ที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่เป็นหลัก
โดยส่วนตัวผมมองว่า โครงการนี้คือโอกาสทองของย่านฝั่งธนบุรีที่จะขยับขยายศักยภาพจากย่านที่อยู่อาศัยแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็น Medical Hub ที่มีระบบคมนาคมที่ทันสมัยมารองรับ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริงนั้นมีสูงมาก เนื่องจากสอดคล้องกับเทรนด์รักสุขภาพ (Longevity & Wellness) ที่กำลังมาแรงทั่วโลก หากโครงการนี้สำเร็จตามเป้าหมาย เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างแน่นอนครับ



