ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ขึ้นปลัดคมนาคม เปิดทางชยุธนั่งอธิบดี ทล.
กลายเป็นประเด็นที่หลายคนจับตามองในแวดวงข้าราชการกระทรวงคมนาคม เมื่อล่าสุดมีรายงานข่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ เพื่อทดแทนตำแหน่งเดิมของนายชยธรรม์ พรหมศร ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในเร็วๆ นี้ ซึ่งถือว่าเป็นการขยับขยายตำแหน่งครั้งสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างมากครับ
ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ขึ้นปลัดคมนาคม เปิดทางชยุธนั่งอธิบดี ทล.
การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมของ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ถือเป็นเรื่องที่ถูกคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากตัวเขาจะเป็นลูกหม้อที่เติบโตมาในสายงานทางหลวงอย่างแข็งแกร่งแล้ว ปัจจุบันเขายังถือว่าเป็นอธิบดีกรมทางหลวงที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ และการรับตำแหน่งใหม่ในครั้งนี้ยังทำให้เขาขึ้นแท่นเป็นปลัดกระทรวงที่อายุน้อยที่สุดอีกด้วย เรียกได้ว่าอนาคตเส้นทางการทำงานในสายข้าราชการยังอีกยาวไกลเลยทีเดียวครับ
การเปลี่ยนแปลงในกรมทางหลวงและตำแหน่งสำคัญอื่นๆ
เมื่อตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงว่างลง จึงเกิดการเปิดช่องว่างให้มีการสรรหาบุคคลเข้ามารับไม้ต่อ ซึ่งชื่อที่มาแรงที่สุดและถูกจับตามองคือ นายชยุธ โลหกิจ รองอธิบดีกรมทางหลวง ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดและได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นมารับตำแหน่งอธิบดีคนต่อไป ทั้งนี้ การที่ ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ขึ้นปลัดคมนาคม เปิดทางชยุธนั่งอธิบดี ทล. จึงถือเป็นดีลใหญ่ที่ปรับทัพผู้บริหารกระทรวงคมนาคมให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากสองตำแหน่งหลักนี้แล้ว กระทรวงคมนาคมยังเตรียมการปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงอีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น:
- ตำแหน่งอธิบดีกรมเจ้าท่า
- ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงคมนาคม
- ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง
- การสรรหาผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) คนใหม่
หากมองย้อนกลับไปถึงโปรไฟล์ของ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะเขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาเอกด้านการขนส่งจาก Imperial College London ประเทศอังกฤษ สะท้อนให้เห็นว่าการที่ ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ขึ้นปลัดคมนาคม เปิดทางชยุธนั่งอธิบดี ทล. ในครั้งนี้ เป็นการนำคนที่เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและการบริหารโครงการมาคุมบังเหียนใหญ่ของกระทรวงอย่างแท้จริง
สุดท้ายนี้ ในมุมมองของคนติดตามข่าวสาร การปรับทัพข้าราชการระดับสูงในกระทรวงคมนาคมครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะสะท้อนทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต่อไปในอนาคต เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าวิสัยทัศน์ของทีมงานชุดใหม่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการเดินทางและโลจิสติกส์ของไทยได้มากน้อยเพียงใดครับ


