ป้องกันรักษากรดไหลย้อน ปรับพฤติกรรมการกิน-นอน
เคยรู้สึกแสบร้อนกลางอกหลังกินข้าวหรือไม่ โดยเฉพาะตอนนอนหลับแล้วมีน้ำกรดพุ่งขึ้นมาจมูกและคอ ทำให้ไอและแสบไปทั้งอก นั่นแหละคืออาการกรดไหลย้อนที่หลายคนเจอ! วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีป้องกันรักษากรดไหลย้อน ปรับพฤติกรรมการกิน-นอนให้ถูกต้อง เพื่อชีวิตที่สบายท้องมากขึ้น
ป้องกันรักษากรดไหลย้อน ปรับพฤติกรรมการกิน-นอน เริ่มจากเข้าใจอาการ
กรดไหลย้อนเกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารทำงานผิดปกติ ทำให้กรดจากกระเพาะไหลย้อนขึ้นมา อาการหลักที่พบบ่อยคือ แสบร้อนกลางอกหรือลิ้นปี่ โดยเฉพาะหลังกินอาหารใหม่ๆ รู้สึกเปรี้ยวขมในปาก อาหารย้อนขึ้นคอ จุกเสียดท้องแน่น แถมอาจมีอาการแทรกซ้อนอย่างเจ็บอกคล้ายหัวใจ เสียงแหบ ไอเรื้อรัง กลืนลำบาก ฟันผุ หรือกลิ่นปากเหม็น
ถ้าปล่อยไว้นาน หลอดอาหารอาจอักเสบเป็นแผล ตีบตัน หรือเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารได้ แม้พบน้อยแต่ก็ต้องระวัง สาเหตุหลักมาจากอาหารเคลื่อนตัวช้าในกระเพาะ พฤติกรรมไม่ดี เช่น กินแล้วนอนทันที กินเยอะ สูบบุหรี่ ดื่มน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ โรคอ้วน หรือตั้งครรภ์ที่ทำให้หูรูดอ่อนแอ
สาเหตุกรดไหลย้อนที่ต้องรู้
- กินอาหารมัน ทอด รสจัด เผ็ด เปรี้ยวจัดอย่างกาแฟ ช็อกโกแลต มะเขือเทศ มิ้นต์
- นอนทันทีหลังกิน ไม่รอให้อาหารย่อย
- เครียด อ้วน สวมเสื้อรัดรูป
วิธีป้องกันรักษากรดไหลย้อน ปรับพฤติกรรมการกิน-นอนอย่างได้ผล
การรักษาหลักคือปรับพฤติกรรม ไม่ต้องพึ่งยาตลอด! เริ่มจากนอนให้ถูกวิธี เสริมหัวเตียงสูง 15 ซม. หรือ 6-8 นิ้ว อย้าหนุนหมอนหลายใบเพราะทำให้ท้องเกร็ง ดันกรดย้อนง่าย นอนตะแคงซ้ายตอนกลางคืน เพราะตะแคงขวาทำให้กระเพาะอยู่เหนือหลอดอาหาร แรงกดเปิดหูรูดได้ง่าย
ปรับการกิน: กินน้อยมื้อละ ไม่กินแล้วนอนทันที รอ 3 ชม. หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้น ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม งดบุหรี่ แอลกอฮอล์ ลดน้ำหนักถ้าอ้วน หลวมเสื้อผ้า
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงและแนะนำ
- หลีกเลี่ยง: อาหารทอด มัน ไขมันสูง รสเผ็ดจัด เปรี้ยว กาแฟ ช็อกโกแลต แอลกอฮอล์ น้ำอัดลม มะเขือเทศ มิ้นต์
- แนะนำ: อาหารย่อยง่าย ผักผลไม้ไม่เปรี้ยว โยเกิร์ต ข้าวโอ๊ต เนื้อไม่ติดมัน กินมื้อเล็กบ่อยๆ
นอกจากนี้ ออกกำลังกายเบาๆ แต่ไม่หนักทันทีหลังกิน จัดการความเครียดด้วยโยคะหรือนั่งสมาธิ ผู้หญิงตั้งครรภ์ลองกินมื้อเล็ก นอนสูงหัว ปรึกษาหมอถ้าอาการหนัก อาจใช้ยาลดกรดชั่วคราว แต่ปรับพฤติกรรมคือกุญแจหลัก
ลองนำป้องกันรักษากรดไหลย้อน ปรับพฤติกรรมการกิน-นอนไปใช้ดู สัญญาว่าอาการจะดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์! ถ้ายังไม่หาย ไปพบแพทย์นะครับ สุขภาพดีเริ่มจากตัวเราเอง
คำแนะนำสุดท้าย: เริ่มวันนี้ด้วยการกินมื้อเช้าสุขภาพดีและนอนให้ถูกท่า ชีวิตจะสบายขึ้นเยอะ!