ป.ป.ช. ฟัน ‘เกรียง-รจนา กัลป์ตินันท์’ ฮั้วประมูล 43.2 ล้าน
เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวคราวในแวดวงการเมืองช่วงนี้กันอยู่บ้าง โดยเฉพาะประเด็นร้อนที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เกี่ยวกับกรณี ป.ป.ช. ฟัน ‘เกรียง-รจนา กัลป์ตินันท์’ ฮั้วประมูล 43.2 ล้าน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนวงการท้องถิ่นอุบลราชธานีไม่น้อยเลยครับ
เจาะลึกคดี ป.ป.ช. ฟัน ‘เกรียง-รจนา กัลป์ตินันท์’ ฮั้วประมูล 43.2 ล้าน
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการตรวจสอบโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจรในปีงบประมาณ 2549 ของเทศบาลนครอุบลราชธานีครับ โดย ป.ป.ช. พบพฤติการณ์การแบ่งซอยงานออกเป็น 26 โครงการ โครงการละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการประมูลปกติและเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง เข้าข่าย ป.ป.ช. ฟัน ‘เกรียง-รจนา กัลป์ตินันท์’ ฮั้วประมูล 43.2 ล้าน อย่างชัดเจนตามพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ ทั้งเส้นทางการเงินและการสั่งการล่วงหน้า
สรุปขั้นตอนและผลกระทบของคดีนี้
จากการไต่สวนพบรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้:
- มีการวางตัวห้างหุ้นส่วนจำกัดเครือญาติให้มารับงานตั้งแต่ต้น
- ทำเอกสารเสนอราคาและคู่เทียบไว้รอตั้งแต่วันก่อนเซ็นสัญญา
- นายเกรียง กัลป์ตินันท์ มีบทบาทสำคัญในการแทรกแซงโครงการ
- นางรจนา กัลป์ตินันท์ ในฐานะนายกเทศมนตรีขณะนั้น ลงนามอนุมัติสัญญาจ้าง
ตอนนี้เรื่องถูกส่งต่อไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในระดับท้องถิ่นครับ
เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ชั้นดีว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่หากมีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น กระบวนการยุติธรรมของไทยเราก็ยังทำงานเพื่อตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง การใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์แก่เครือญาติเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลุดรอดสายตาไปได้ ท้ายที่สุดแล้ว ความถูกต้องย่อมต้องมาก่อนเสมอครับ