ป.ป.ส. จับหวัง อัง นักค้ายาข้ามชาติรายใหญ่
ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติเดินหน้าอีกครั้ง หลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ประสานความร่วมมือกับทางการจีนในการติดตามและส่งตัวนายหวัง อัง ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดรายสำคัญของจีน ซึ่งถูกควบคุมตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 69 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายของจีน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของหน่วยงานไทยในการไม่ปล่อยให้ประเทศกลายเป็นพื้นที่หลบซ่อนของผู้ต้องหาคดีข้ามชาติ
การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเฉพาะการจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระดับนานาชาติในการขยายผลไปยังเครือข่ายผู้สั่งการ แหล่งผลิต สารตั้งต้น และเส้นทางลำเลียงยาเสพติด โดยมีศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย หรือ Safe Mekong Coordination Center เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ส. จับหวัง อัง เดินหน้าปราบเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
ระหว่างวันที่ 14–16 ต.ค. เจ้าหน้าที่สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานงานกับหน่วยงานด้านการปราบปรามยาเสพติดและศุลกากรของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและติดตามคดีที่มีความเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยกับเครือข่ายยาเสพติดระหว่างประเทศ
จากข้อมูลของสำนักงาน ป.ป.ส. นายหวัง อัง หรือ MR. WANG ANG ถูกควบคุมตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 69 ตามหมายจับคดียาเสพติดรายสำคัญของจีน ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ต.ค. เจ้าหน้าที่ไทยได้ส่งตัวผู้ต้องหาให้แก่ทางการจีน ณ ท่าอากาศยานไป่หยุน เมืองกวางโจว โดยมีนายหลิว ยี่เผิง ผู้บัญชาการตำรวจเมืองกว่างโจว และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับตัว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย
ป.ป.ส. จับหวัง อัง พร้อมขยายผลถึงผู้สั่งการ
หัวใจสำคัญของภารกิจครั้งนี้คือการขยายผลจากตัวผู้ต้องหาไปยังเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง เจ้าหน้าที่ไทยและจีนได้หารือถึงแนวทางติดตามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การจำหน่าย และการลำเลียงยาเสพติด รวมถึงผู้ที่อาจมีบทบาทเป็นผู้สั่งการหรือสนับสนุนทางการเงิน การทำงานในลักษณะนี้ช่วยให้การปราบปรามครอบคลุมทั้งระบบ ไม่จำกัดอยู่เพียงการจับกุมผู้ปฏิบัติการระดับปลายทาง
ในการประชุมกับหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดของจีน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับและเครือข่ายที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศไทย ทั้งสองฝ่ายเห็นความสำคัญของการประสานงานอย่างรวดเร็ว เพราะคดีข้ามชาติมักเกี่ยวข้องกับหลายพื้นที่ หลายประเทศ และมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือวิธีการหลบเลี่ยงการตรวจสอบอยู่เสมอ
ความร่วมมือไทย-จีนมุ่งตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง
นอกจากการติดตามผู้ต้องหาแล้ว การหารือระหว่างไทยและจีนยังครอบคลุมประเด็นการลักลอบผลิตและจำหน่ายเอโทมิเดท หรือ Etomidate ซึ่งเป็นสารที่ฝ่ายไทยมีข้อมูลว่าอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายชาวจีนและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่จึงต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อระบุตัวบุคคล แหล่งผลิต และเส้นทางการกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบ
ฝ่ายจีนได้นำเสนอข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบผลิตเอโทมิเดทใน สปป.ลาว และการกระจายไปยังหลายประเทศ รวมถึงข้อมูลผู้สั่งการที่มีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับประเทศไทย ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของประชาชน เพราะการจัดการปัญหาจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่ผู้ผลิตและผู้สนับสนุน ไม่ใช่จับเฉพาะผู้จำหน่ายรายย่อยที่อยู่ปลายทางเท่านั้น
- ติดตามผู้ต้องหาข้ามชาติ: แลกเปลี่ยนข้อมูลหมายจับและประวัติผู้ต้องหาที่อาจใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่หลบซ่อน
- ขยายผลเครือข่ายเอโทมิเดท: ตรวจสอบผู้ผลิต ผู้สั่งการ ผู้จำหน่าย และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายสารดังกล่าว
- สกัดสารตั้งต้น: เฝ้าระวังสารเคมีและวัตถุดิบที่อาจถูกนำไปใช้ผลิตยาเสพติด
- ปิดเส้นทางลำเลียง: ประสานข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดทางบก ทางทะเล และเส้นทางที่เชื่อมโยงกับพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ
ตรวจสอบสารตั้งต้นและเส้นทางลำเลียงระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. คณะเจ้าหน้าที่ไทยได้ประชุมร่วมกับสำนักงานศุลกากรเมืองกวางโจว โดยหารือเกี่ยวกับคดีที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศไทย รวมถึงแนวทางสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่อาจถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติด การทำงานของศุลกากรจึงมีบทบาทสำคัญ เพราะสามารถช่วยตรวจสอบการนำเข้าและส่งออกสินค้า ติดตามธุรกรรมที่มีความเสี่ยง และคัดกรองเส้นทางขนส่งที่ผิดปกติ
ทั้งสองฝ่ายยังให้ความสำคัญกับเส้นทางลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางทะเลจากอ่าวไทยไปยังทะเลจีนใต้ เจ้าหน้าที่จะต้องแลกเปลี่ยนข่าวกรองเกี่ยวกับเรือ สินค้า บุคคล และเครือข่ายทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้อง การประสานงานโดยตรงระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะช่วยให้การตรวจสอบทำได้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสในการหยุดยั้งขบวนการก่อนที่ยาเสพติดจะถูกส่งต่อไปยังประเทศปลายทาง
สำหรับประชาชน ข่าวการส่งตัวนายหวัง อัง และการขยายความร่วมมือกับจีนถือเป็นสัญญาณว่าไทยให้ความสำคัญกับการปราบปรามผู้กระทำผิดที่ใช้ประเทศเป็นฐานพักพิงหรือเป็นทางผ่าน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเดินหน้าทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการติดตามทรัพย์สิน เพื่อให้สามารถตัดกำลังเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ป.ป.ส. จับหวัง อัง จึงไม่ใช่เพียงข่าวการควบคุมตัวผู้ต้องหารายสำคัญ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลไปยังเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติในหลายมิติ ความร่วมมือระหว่างไทย จีน และประเทศที่เกี่ยวข้องจะมีบทบาทสำคัญต่อการลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดและปกป้องสังคมไทยในระยะยาว หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อร่วมกันตัดวงจรอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทาง
ที่มา – ป.ป.ส. บุกจับ ‘หวัง อัง’ นักค้ายาข้ามชาติชาวจีนรายใหญ่ หนีหมายจับกบดานไทย
