ผกก.สน.สุทธิสารตั้งกรรมการสอบ ร.ต.อ.

กรณีผู้ต้องหาหลบหนีออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหาของ สน.สุทธิสาร กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อ выясหาสาเหตุและความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้อง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังตำรวจสายตรวจ กก.1 บก.สปพ. จับกุมนายปริญญา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีที่ สน.สุทธิสาร

ตามรายงาน ผู้ต้องหารายนี้ถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวศาลอาญาประสบเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาไปดำเนินการฝากขังตามกำหนดได้ ผู้ต้องหาจึงยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องขังของ สน.สุทธิสาร ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาได้นำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องขังเพื่อเข้าห้องน้ำ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะฉวยโอกาสงัดห้องควบคุมและหลบหนีออกจากโรงพัก

ผกก.สน.สุทธิสารตั้งกรรมการสอบ ร.ต.อ.

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งของทางราชการหรือไม่ โดยคำสั่งดังกล่าวระบุถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ ร.ต.อ. เอกศักดิ์ พรหมสุข รองสารวัตรจราจร สน.สุทธิสาร ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เวรประจำวัน หรือสิบเวร ในวันที่เกิดเหตุ

ประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการต้องตรวจสอบคือ การที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบไม่ปรากฏตัวอยู่บริเวณห้องควบคุมผู้ต้องหาหรือจุดปฏิบัติงาน และอาจออกจากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา จนเป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนีได้ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทั้งหมดต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ เพราะการพิจารณาความผิดจำเป็นต้องอาศัยพยานหลักฐานและคำชี้แจงจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน

ผกก.สน.สุทธิสารตั้งกรรมการสอบ ร.ต.อ. เพื่อหาข้อเท็จจริง

คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างที่ผู้ต้องหาออกจากห้องควบคุม และช่วงเวลาหลังการหลบหนี โดยคณะกรรมการอาจตรวจสอบเอกสารคำสั่งเวร บันทึกการควบคุมตัว ภาพจากกล้องวงจรปิด รายงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงคำให้การของผู้ปฏิบัติงานและบุคคลที่อยู่ในพื้นที่

นอกจากตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ร.ต.อ. ที่ถูกระบุในคำสั่งแล้ว คณะกรรมการยังต้องพิจารณาด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการหลบหนีหรือไม่ หากพบหลักฐานว่ามีผู้ใดกระทำผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนระเบียบ ก็จะต้องรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป การตรวจสอบจึงไม่ได้มุ่งหาผู้รับผิดเพียงรายเดียว แต่ต้องค้นหาสาเหตุของปัญหาให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

กรอบเวลาการสอบสวนและประเด็นที่ต้องติดตาม

ตามคำสั่งที่เผยแพร่ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำรายงานให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่รับทราบคำสั่ง ระยะเวลาดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนเบื้องต้นในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่การสรุปว่าผู้ใดมีความผิดแล้ว ดังนั้น ผลการดำเนินงานอาจนำไปสู่การพิจารณาทางวินัยหรือการดำเนินการในรูปแบบอื่น ขึ้นอยู่กับหลักฐานที่ปรากฏ

  • ตรวจสอบตารางเวรและคำสั่งมอบหมายหน้าที่ในวันเกิดเหตุ
  • ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณห้องควบคุมและเส้นทางหลบหนี
  • สอบปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคคลที่อยู่ในโรงพัก
  • ตรวจสอบขั้นตอนการนำผู้ต้องหาออกจากห้องควบคุม
  • พิจารณาว่ามีการละเลยหน้าที่หรือมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการควบคุมตัวผู้ต้องหาต้องอาศัยความรัดกุมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเวร การตรวจสอบพื้นที่ ไปจนถึงการนำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องขัง แม้เหตุการณ์น้ำท่วมจะเป็นปัจจัยที่ทำให้กระบวนการฝากขังเปลี่ยนแปลง แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบยังจำเป็นต้องวางมาตรการรองรับ เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันการหลบหนี

สำหรับประชาชน ประเด็นสำคัญคือการติดตามผลการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ขณะเดียวกันควรเคารพกระบวนการยุติธรรมและไม่ด่วนสรุปความผิดของเจ้าหน้าที่ก่อนมีผลสอบอย่างเป็นทางการ ผกก.สน.สุทธิสารตั้งกรรมการสอบ ร.ต.อ. ถือเป็นขั้นตอนที่ช่วยสร้างความชัดเจนว่าการปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุมีข้อบกพร่องหรือไม่ และใครควรรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ท้ายที่สุด ผลการสอบสวนควรนำไปสู่การปรับปรุงระบบควบคุมผู้ต้องหาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งด้านกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย และการกำกับดูแล หากหน่วยงานสามารถเปิดเผยความคืบหน้าอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำในอนาคต

ที่มา – ‘ผกก.สน.สุทธิสาร’ ฮึ่ม! ตั้งกรรมการสอบ ‘ร.ต.อ.’ ปล่อยผู้ต้องหาแหกห้องขังโรงพักหนีลอยนวล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *