‘ผบช.ภ.1’ สอบปากคำ ‘โจรไรเดอร์’ ชิงทอง ไม่เชื่อทำสร้อยหล่นหายระหว่างหนี 33 บาท

ความคืบหน้ากรณีโจรร้ายไรเดอร์ชิงทองรูปพรรณจากห้างทองในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท ล่าสุด พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนภาค 1 (ผบช.ภ.1) ได้เดินทางไปสอบปากคำนายวีรวัฒน์ หรือที่เรียกกันว่า อามร์ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งระหว่างการสอบปากคำได้กล่าวอ้างถึงสาเหตุและเหตุการณ์อย่างละเอียด

‘ผบช.ภ.1’ สอบปากคำ ‘โจรไรเดอร์’ ชิงทอง

จากข้อมูลการสอบสวนเบื้องต้น นายวีรวัฒน์ อายุ 31 ปี อ้างว่าต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อจ่ายหนี้นอกระบบที่ตัวเองก่อไว้จากการลงทุนเปิดอู่ซ่อมรถ โดยผลักดันให้ต้องวางแผนชิงทรัพย์จากห้างทองแห่งหนึ่งในพื้นที่สมุทรปราการ จนสามารถกวาดทองไปได้กว่า 123 บาท หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท

สำหรับการวางแผนก่อเหตุ วีรวัฒน์ใช้เวลาเตรียมความกว่าหนึ่งสัปดาห์ ตั้งแต่การซื้อเสื้อผ้าปิดบังร่างกาย หมวกกันน็อค รวมถึงปรับโฉมรถจักรยานยนต์ที่นำมาใช้ในการก่อเหตุ จุดประสงค์เพื่อป้องกันการถูกจดจำลักษณะยานพาหนะ

แผนการหลบหนีอย่างละเอียด

นอกจากนี้ ยังมีการทำงานร่วมกับญาติชายซึ่งมีชื่อว่านายอิทธิ์พงษ์ หรือ มด อายุ 28 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมแผนการหลบหนี โดยใช้เรือร่องสำรวจเส้นทางคลองในบริเวณที่ไม่มีกล้องวงจรปิด และเตรียมจุดนัดขึ้นเรือเพื่อลดความเสี่ยง ภายหลังจากได้ทรัพย์แล้ว ทั้งสองจึงซุกทองไว้ใน 2 จุด ได้แก่ ตู้ลำโพงและบริเวณข้างต้นไม้ภายในบ้านพัก

อย่างไรก็ตามมีทองบางชิ้นสูญหายไป โดยผู้ต้องหาอ้างว่า “หล่นไปในคลองระหว่างพยายามหลบหนี” น้ำหนักทองที่หายไปคิดเป็นมูลค่ากว่า 33 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้คำสั่ง ผบช.ภ.1 ยังไม่เชื่อคำให้การดังกล่าว และจะขยายผลสอบสวนต่อเพื่อค้นหาทองคำที่ยังเหลือหาย เพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

  • ใช้เวลาวางแผนก่อเหตุกว่าหนึ่งสัปดาห์
  • มีการปลอมตัวเพื่อป้องกันตัวตน
  • มีผู้ร่วมขบวนการเป็นญาติ
  • วางแผนเส้นทางหนีผ่านทางคลอง

ในส่วนของข้อกล่าวหา ขณะนี้มีข้อหาที่นายวีรวัฒน์และผู้ร่วมขบวนการต้องรับผิดชอบ ประกอบด้วยข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ” ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงรวมไปถึงการเป็นเจ้าของอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอย่างเป็นทางการต่อไป

อีกทั้ง พล.ต.ท.สุรพล ได้กล่าวชมเจ้าหน้าที่ในชุดสืบสวนสอบสวนที่แสดงความมุ่งมั่นตั้งใจในการตามล่าผู้ก่อเหตุ จนสามารถจับกุมได้ในเวลาอันรวดเร็ว

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุเตือนใจว่า แม้จะวางแผนไว้แม่นพอเพียงใด แต่เมื่อกฎหมายเคลื่อนไหวแล้ว สิ่งผิดกฎหมายย่อมหลีกเลี่ยงไม่พ้น การใช้พลังของกฎหมายเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

หากคุณคิดว่าความผิดเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น อย่าลืมติดตามข่าวสารยุติธรรมเพื่อเป็นกำลังใจให้เครือข่ายความปลอดภัยในสังคมของเรา

ที่มา – ‘ผบช.ภ.1’ สอบปากคำ ‘โจรไรเดอร์’ ชิงทอง ไม่เชื่อทำสร้อยหล่นหายระหว่างหนี 33 บาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *