‘ผบ.ทบ.’ ยกระดับรับมือภัยคุกคาม ‘โดรน’ เข้มพื้นที่ทัพภาค 1-2 ใช้อาวุธยิงทำลายได้ทันที
‘ผบ.ทบ.’ ประกาศมาตรการรับมือ โดรน ห้ามบินทุกกรณี
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568 พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ได้ออกมาแถลงถึงมาตรการรับมือกับการใช้งาน โดรน ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ตามคำสั่งล่าสุดของ ‘ผบ.ทบ.’ ที่ให้ยกระดับการปฎิบัติและใช้อาวุธต่อต้านโดรนได้ทันทีหากพบว่าเป็นภัยร้ายแรง
มาตรการเข้มงวดสำหรับการตอบโต้โดรน
ตามคำสั่งของ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นแนวหน้า โดยกำลังทหารสามารถใช้ทั้งมาตรการ Soft Kill ซึ่งเป็นการรบกวนสัญญาณการควบคุมโดรน หรือ Hard Kill ที่ใช้อาวุธทำลายโดรนได้ทันที ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่พบเจอ
สำหรับพื้นที่ด้านหลังในแต่ละเขตปฏิบัติการ ให้ใช้มาตรการ Soft Kill ก่อน แต่หากไม่สามารถควบคุมได้ จึงให้อนุญาตให้ใช้อาวุธ Hard Kill โดยยืนยันว่าจะต้องใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
การดำเนินการในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 และ 4
ส่วนในพื้นที่ภาค 3 และ 4 นั้น ทางหน่วยรักษาความมั่นคงได้เน้นให้เริ่มด้วยการใช้มาตรการ Soft Kill เป็นลำดับแรก และหากจำเป็นต้องดำเนินการ Hard Kill ก็จะต้องให้อยู่ภายใต้การประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น
ในกรณีส่วนใหญ่การใช้อาวุธจะถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ทหารสามารถดำเนินการได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่เป็นขอบเขตการรับผิดชอบโดยตรง พร้อมกับการเลือกใช้อาวุธที่ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับพลเรือนและทรัพย์สินของประชาชน
แจ้งเบาะแส ‘โดรน’ ได้ทุกเวลาที่สงสัย ผ่านสายด่วน 1374
ประชาชนทั่วไปที่พบเห็นการบินของโดรน หรือได้รับข้อมูลใดๆ ที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานโดรนผิดกฎหมาย สามารถติดต่อแจ้งเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วนความมั่นคงที่เบอร์ 1374 โดยกองทัพบกยังได้จัดทำภาพกราฟฟิควงจรเตือนภัย ทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ เพื่อสื่อสารให้เข้าใจง่ายและครอบคลุมทุกกลุ่ม
‘โดรน’ ไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นภัยเงียบที่อาจกระทบแผ่นดิน
กราฟฟิคจากกองทัพบกเตือนให้ประชาชนทราบว่า “ห้ามบินโดรนทุกกรณี” เพราะการใช้งานโดรนในลักษณะลับ เช่น บินเหนือพื้นที่ทหาร สถานที่ราชการ หรือการดัดแปลงติดตั้งกล้องอินฟราเรด เครื่องดักฟังสัญญาณ หรือถ่ายทอดข้อมูลไปต่างประเทศนั้น ถือเป็นการจารกรรมหรือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการเป็นสายลับ ซึ่งผิดตามกฎหมาย อย่างประมวลกฎหมายอาญามาตรา 122 (3) พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และพ.ร.บ.การเดินอากาศ ซึ่งโทษอาจรุนแรงถึงชีวิต หรือการจำคุกตลอดชีวิต และในกรณีที่มีเจตนาโดยตรง ถึงขั้นถูกดำเนินการ ‘ประหารชีวิต’ ก็เป็นไปได้
การเฝ้าระวังการใช้งานโดรนไม่ได้เป็นเพียงประเด็นเทคโนโลยีที่นักบินโดรนหรือผู้ใช้งานเพื่อความบันเทิงควรให้ความสำคัญเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติโดยตรง ดังนั้น ผู้ที่สนใจเทคโนโลยีหรือใช้งานโดรนเพื่อการบันทึกภาพ ควรเข้าใจข้อกฎหมายและกฎระเบียบให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เผลอเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่ตั้งใจ
สรุป:
- ห้ามบิน ‘โดรน’ ทุกกรณีทั่วราชอาณาจักร
- ในพื้นที่ทัพภาค 1 และ 2 สามารถใช้ Hard Kill ได้ทันทีหากเป็นภัยร้ายแรง
- ในพื้นที่ภาค 3-4 ให้เน้น Soft Kill ก่อน
- หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ แจ้งได้ที่สายด่วน 1374 ทันที
คำเตือนสุดท้ายจากหน่วยงานคือ ‘อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก’ เพราะทุกการบินที่สงสัยหรือผิดปกติ สามารถเป็นหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงการรับส่งข้อมูล หรือถูกใช้ในทางที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติได้อย่างร้ายแรง จึงต้องมีการเฝ้าระวังที่จริงจัง พร้อมมาตรการลงโทษที่เข้มงวด
ที่มา – ‘ผบ.ทบ.’ยกระดับรับมือภัยคุกคาม’โดรน‘เข้มพื้นที่ทัพภาค 1-2 ใช้อาวุธยิงทำลายได้ทันที