ผบ.ทร. ตรวจเยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บชายแดนตราด ย้ำคุมพื้นที่เข้ม ปกป้องอธิปไตยไทย
ผบ.ทร. ตรวจเยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บชายแดนตราด ย้ำคุมพื้นที่เข้ม ปกป้องอธิปไตยไทย
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ธันวาคม พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ หรือ ผบ.ทร. ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลตราดพร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาด้านจังหวัดตราด ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ความมั่นคงที่ทุกฝ่ายต่างจับตา
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้นอกจากเป็นการให้กำลังใจแล้ว ยังถือเป็นการย้ำนโยบายการดูแลกำลังพลอย่างใกล้ชิดจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงสุดของกองทัพเรือ ที่ต้องการให้ทุกคนมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
ขวัญและกำลังใจดี พร้อมกลับแนวหน้า
พล.ร.อ.ไพโรจน์ เปิดเผยว่า กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดมีอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทหาร 4 นายที่แสดงความประสงค์ขอเดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ทันที เนื่องจากเป็นห่วงเพื่อนร่วมรบและพื้นที่รับผิดชอบ
หนึ่งในนั้นคือ จ.อ.ณรงค์เดช นวลขาว ที่กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคงว่า “รู้สึกมีกำลังใจมากที่ ผบ.ทร. เดินทางมาเยี่ยมด้วยตนเอง ยืนยันพร้อมกลับไปปฏิบัติหน้าที่ แม้การทำงานในแนวหน้าจะมีแรงกดดัน แต่เชื่อมั่นในศักยภาพของเพื่อนร่วมทีม ขอให้ประชาชนแนวหลังไม่ต้องเป็นห่วง เพราะกำลังพลแนวหน้ามีความพร้อมเต็มที่”
ย้ำการคุมพื้นที่อย่างเข้มแข็ง
ผบ.ทร. ย้ำว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงพยายามรุกคืบเข้าพื้นที่บ้านสามหลังอย่างต่อเนื่อง แต่ฝ่ายไทยโดยกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พร้อมด้วยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้ดำเนินการตอบโต้และรักษาพื้นที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้มีการรุกล้ำอธิปไตยไทย
การปะทะในช่วง 9–18 ธันวาคม แม้จะไม่มีการยิงด้วยอาวุธหนักจากฝ่ายกัมพูชา แต่การเคลื่อนย้ายและการปะทะกันในพื้นที่ขัดแย้งยังคงสร้างความเสี่ยงให้กับกำลังพล ซึ่งอาการบาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากอุบัติเหตุขณะหลบหลีกการยิง
ใช้ UAV เฝ้าชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง
ด้วยสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ผบ.ทร. สั่งการให้ใช้การตรวจการณ์ทางอากาศด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) เฝ้าระวังตลอดเวลา หากพบการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักเข้ามาในระยะอันตราย จะดำเนินมาตรการผลักดันทันที
นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยการนำทุ่นระเบิดดักรถถังมาดัดแปลงใช้เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดหลักสากล และมีอานุภาพรุนแรงกว่าทุ่นระเบิดทั่วไปหลายเท่า โดยได้รายงานหน่วยเหนือเพื่อดำเนินการตามกลไกระหว่างประเทศ และส่งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าดำเนินการอย่างระมัดระวัง
ตรวจเยี่ยมประชาชนที่อพยพ
หลังจากตรวจเยี่ยมกำลังพลที่โรงพยาบาล ผบ.ทร. พร้อมคณะยังเดินทางไปยังศูนย์อพยพอำเภอเมืองตราด พบปะประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมมอบสิ่งของและให้กำลังใจ
พล.ร.อ.ไพโรจน์ กล่าวว่า กองทัพเรือเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องละทิ้งบ้านเรือน และขอชื่นชมในความเสียสละที่ช่วยให้ทหารสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพะวงหลัง
โดรนปริศนาและภัยคุกคามทางเศรษฐกิจ
นอกจากประเด็นชายแดน ผบ.ทร. ยังกล่าวถึงกรณีพบโดรนปริศนาบินวนเวียนเหนือแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทยว่า ได้ประสานงานกับบริษัท ปตท. อย่างใกล้ชิด โดยการวิเคราะห์พบว่าเป็นโดรนขนาดเล็ก ไม่สามารถบินตรงจากฝั่งได้ คาดว่ามีการนำไปปล่อยจากเรือขนาดเล็กหรือเรือประมงใกล้พื้นที่
ดังนั้น จึงสั่งการให้ทัพเรือภาคที่ 1 และ 2 สนธิกำลังลาดตระเวน ตรวจค้นเรือในรัศมีรอบแท่นขุดเจาะ เพื่อป้องกันการจารกรรมข้อมูลหรือการโจมตีทางเศรษฐกิจ
การรักษาความมั่นคงทางทะเลและชายแดนไม่ใช่แค่ภารกิจของทหาร แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ความเข้มแข็งของพี่น้องทหารชายแดน คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ประเทศมั่นคง ขณะเดียวกัน ความเข้าใจและการสนับสนุนจากประชาชนก็คือพลังสำคัญที่ทำให้พวกเขาเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่หวั่นไหว
ที่มา – ผบ.ทร. ตรวจเยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บชายแดนตราด ย้ำคุมพื้นที่เข้ม ปกป้องอธิปไตยไทย
