ผบ.ทสส. เร่งเก็บกู้วัตถุระเบิด 3 จังหวัดชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดเผยว่า หน่วยงานทหารและตำรวจได้ระดมกำลังร่วมกันดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีพื้นที่เสี่ยงสูงอย่าง จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ และ จ.บุรีรัมย์ โดยมีทีมปฏิบัติการทั้งหมด 15 ชุด ประกอบด้วย TMAC, ตำรวจตระเวนชายแดน และชุมชนท้องถิ่นรวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้าน

ผบ.ทสส. เร่งเก็บกู้วัตถุระเบิด 3 จังหวัดชายแดนใต้

การปฏิบัติภารกิจนี้ไม่ได้มอบให้เฉพาะหน่วยเฉพาะกิจเท่านั้น แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยทหาร พลเรือน และชุมชน โดยเน้นที่การค้นหาและกำจัดวัตถุระเบิดในพื้นที่ที่มีรายงานความเสี่ยงสูงกว่า 800 จุด ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ และให้ภาคีร่วมงานสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

ความร่วมมือจากภาคเอกชน

นางนพรัตน์ กุลหิรัญ หรือที่รู้จักในชื่อ “มาดามรถถัง” เจ้าของ “บริษัทชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด” ให้ความคิดเห็นว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเห็นเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันอย่างสามัคคี ทั้งในฐานะพลเมืองและเพื่อความมั่นคงของชาติ

นางนพรัตน์เล่าว่า บริษัทของเธอซึ่งเป็นบริษัทไทยแท้ ได้มีส่วนสนับสนุนกองทัพหลายด้าน โดยเฉพาะการผลิตยุทโธปกรณ์ที่ช่วยรักษาความมั่นคง เช่น การออกแบบและซ่อมแซมรถทางทหาร เช่น รถฮัมวี่และรถถัง M113 และยังมีรถเกราะกันกระสุน รวมถึงการออกแบบรถสะเทินน้ำสะเทินบกที่สามารถใช้งานได้จริง

นอกจากนี้ บริษัทยังจัดส่งช่างและอะไหล่ไปประจำที่หน้าแนวรบเพื่อสนับสนุนการซ่อมบำรุงยานพาหนะทางทหาร และยังมีโครงการจิตอาสาในการพัฒนาโดรนเพื่อใช้ในภารกิจต่างๆ บนแนวชายแดน โดยทุกอย่างทำขึ้นด้วยความร่วมมือของภาคเอกชน ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ และมีเป้าหมายเพียงเพื่อสนับสนุนความมั่นคงของประเทศ

  • ความร่วมมือระหว่างทหารและประชาชน
  • การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการป้องกัน
  • การสนับสนุนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากภาคเอกชน

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า ความมั่นคงของประเทศคือความรับผิดชอบของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของรัฐ กองทัพ หรือพลเมืองธรรมดา ทั้งหมดต้องร่วมมือกันเพื่อป้องกัน อันตรายจากวัตถุระเบิด ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างรุนแรง

แน่นอนว่าการดำเนินการของ “ผบ.ทสส.” นี้เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และการร่วมมือจากภาคเอกชนในรูปแบบต่าง ๆ ก็ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับภารกิจนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นี่คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเพื่อปลอดภัยร่วมกัน และยังคงต้องติดตามผลการดำเนินการในระยะยาวว่าจะสามารถลดจุดเสี่ยงต่าง ๆ และกอบกู้พื้นที่เหล่านี้ให้กลับมาปลอดภัยสำหรับการใช้ประโยชน์ของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนหรือต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงนี้ อย่าพลาดการติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เพื่อไม่ให้พลาดข่าวที่สำคัญ

ที่มา – ‘ผบ.ทสส.’ระดมกำลังเร่งเก็บกู้วัตถุระเบิด 3 จังหวัดชายแดนใต้จนกว่าพื้นที่จะปลอดภัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *