ผบ.สอ.รฝ. ตรวจความพร้อมรบกำลังพล

การเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด พลเรือตรี วิรัตน์ ก้อนทอง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง หรือ ผบ.สอ.รฝ. เป็นประธานในพิธีตรวจความพร้อมรบกำลังพลและระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ของหน่วย ณ หน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

การตรวจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประเมินศักยภาพของกำลังพล ความพร้อมของอุปกรณ์ ตลอดจนความสามารถในการปฏิบัติภารกิจ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ โดยมีคณะทำงาน ผู้บังคับการกรม และกำลังรบเข้าร่วมแถวรับการตรวจอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนถึงความมีวินัยและความเป็นหนึ่งเดียวกันของหน่วย

ผบ.สอ.รฝ. ตรวจความพร้อมรบกำลังพล

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งเป็นหน่วยกำลังรบหลักของกองทัพเรือ มีหน้าที่สำคัญในการปกป้องอธิปไตยของชาติ รักษาความมั่นคงทางทะเล ป้องกันน่านฟ้า และดูแลพื้นที่ชายฝั่งให้ปลอดภัย ภารกิจของหน่วยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการเตรียมรับมือสถานการณ์การสู้รบเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนภารกิจด้านการบรรเทาสาธารณภัยด้วย

ผบ.สอ.รฝ. ตรวจความพร้อมรบกำลังพล เพื่อรับมือทุกภารกิจ

พลเรือตรี วิรัตน์ ก้อนทอง กล่าวว่า การตรวจความพร้อมรบกำลังพลและยุทโธปกรณ์เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นใจว่า หน่วยจะสามารถปฏิบัติการได้ทันทีเมื่อได้รับคำสั่งจากหน่วยเหนือ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้ผู้บังคับบัญชาและกำลังพลที่ย้ายเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ใหม่ในปีงบประมาณ ต.ค. 69 ได้เรียนรู้ภารกิจ โครงสร้าง ศักยภาพ และขีดความสามารถของหน่วยอย่างรอบด้าน

ผู้บัญชาการหน่วยยังมีแนวทางสานต่อการพัฒนาที่ผู้บังคับบัญชารุ่นก่อนวางรากฐานไว้ โดยมุ่งนำความรู้และประสบการณ์ของบุคลากรแต่ละคนมาปรับปรุงการทำงาน แก้ไขอุปสรรค และยกระดับความพร้อมในทุกมิติ การเตรียมกำลังที่ดีจึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะจำนวนกำลังพลหรืออาวุธยุทโธปกรณ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการฝึกซ้อม การสื่อสาร การบังคับบัญชา และความเข้าใจในหน้าที่ของตนเอง

อาวุธยุทโธปกรณ์สนับสนุนภารกิจป้องกันประเทศ

ปัจจุบันหน่วยมีการพัฒนาขีดความสามารถด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับภารกิจป้องกันภัยทางอากาศและรักษาฝั่ง อุปกรณ์สำคัญที่มีการกล่าวถึง ได้แก่ อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศอัตตาจร FK-3 ซึ่งเป็นระบบอาวุธนำวิถีระยะปานกลางแบบเคลื่อนที่ มีประจำการรวม 12 ท่อยิง และสามารถสนับสนุนการป้องกันภัยทางอากาศในพื้นที่รับผิดชอบได้

นอกจากนี้ยังมีอาวุธยิงจรวดนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA-S ซึ่งใช้ระบบตรวจจับด้วยรังสีอินฟราเรด โดยมีทั้งรุ่นประทับบ่าและรุ่นติดตั้งบนรถแท่นคู่ รวมถึงปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 37 และ 40 มิลลิเมตร ตลอดจนปืนใหญ่รักษาฝั่งและปืนใหญ่กลางสำหรับสนับสนุนการรบในระยะต่าง ๆ

  • FK-3: ระบบอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศระยะปานกลางแบบเคลื่อนที่
  • IGLA-S: อาวุธยิงจรวดนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ ตรวจจับเป้าหมายด้วยรังสีอินฟราเรด
  • ปืนต่อสู้อากาศยาน: มีขนาด 37 และ 40 มิลลิเมตร สำหรับภารกิจป้องกันภัยทางอากาศ
  • ปืนใหญ่รักษาฝั่ง: ขนาด 155 มิลลิเมตร ใช้สนับสนุนการรบระยะไกล
  • ปืนใหญ่กลาง: ขนาด 130 มิลลิเมตร ใช้ยิงทำลายเป้าหมายพื้นน้ำและชายฝั่ง

อาวุธแต่ละประเภทมีบทบาทแตกต่างกัน และต้องอาศัยทั้งการบำรุงรักษาที่สม่ำเสมอ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ และกำลังพลที่ผ่านการฝึกอย่างเหมาะสม การตรวจความพร้อมจึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผู้บังคับบัญชามองเห็นภาพรวมของหน่วยได้ชัดเจน ทั้งในด้านจุดแข็งและประเด็นที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม

ในมุมของประชาชน การทำงานของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงโดยรวม เพราะช่วยดูแลพื้นที่ยุทธศาสตร์และเส้นทางชายฝั่ง พร้อมเตรียมกำลังสำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ความพร้อมของหน่วยจึงเป็นหลักประกันส่วนหนึ่งว่า ประเทศจะมีบุคลากรและระบบสนับสนุนที่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

การตรวจความพร้อมรบกำลังพลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของกองทัพเรือในการรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานและพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง หากทุกส่วนทำงานร่วมกันอย่างมีระบบ ทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และการฝึกอบรม ก็จะช่วยให้หน่วยสามารถรับมือภารกิจด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตามข่าวสารด้านความมั่นคงและภารกิจของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างรอบด้าน เพื่อทำความเข้าใจว่าความพร้อมของเจ้าหน้าที่มีส่วนช่วยดูแลประเทศและประชาชนในชีวิตประจำวันอย่างไร

ที่มา – ผบ.สอ.รฝ. ตรวจความพร้อมรบกำลังพล ปกป้องอธิปไตยชาติ ต่อต้านภัยคุกคามน่านฟ้าชายฝั่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *