ผวาหลุมกลางทุ่งนา คาดกระสุนเขมรยังไม่ระเบิด
ล่าสุด ชุมชนชายแดนจังหวัดสุรินทร์ตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนกหลังพบหลุมปริศนากลางทุ่งนา ซึ่งเชื่อว่าเป็นร่องรอยของลูกกระสุนปืนใหญ่ที่ทหารกัมพูชาอาจยิงเข้ามาในช่วงที่มีสถานการณ์ตึงเครียดเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า ลูกกระสุนดังกล่าวยังไม่ระเบิด สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของชาวบ้านอย่างมาก
ผวาหลุมกลางทุ่งนา คาดกระสุนเขมรยังไม่ระเบิด
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยทีมงานได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ชายแดนบริเวณช่องจอม ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงที่ผ่านมา โดยได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากเจ้าของร้านค้าที่ต้องหยุดกิจการ รวมถึงความวิตกกังวลต่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านด่านฯ ได้นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบร่องรอยของลูกกระสุนที่ตกในทุ่งนา ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1.5 กิโลเมตร และพบว่าหลุมดังกล่าวมีลักษณะวงกลม มีต้นข้าวแหว่งหายไป ดินกระจายออกด้านข้างอย่างชัดเจน คาดว่าเกิดจากแรงระเบิดที่อาจจะยังไม่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ชุมชนตื่นตระหนก คาดการณ์ว่าอาจยังไม่ระเบิด
“ชาวบ้านเพิ่งมาพบหลุมนี้เมื่อ 4 วันก่อน ทั้งที่คาดว่ากระสุนตกมาตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา และยังไม่แน่ชัดว่าหัวระเบิดทำงานไปแล้วหรือไม่” นายบุญดี สุขเต็ม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กล่าว และได้แจ้งให้หน่วย EOD (Explosive Ordnance Disposal) หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ แต่ยังไม่มีการบูรณาการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ ทางชุมชนได้ตั้งสัญลักษณ์ไม้ปักเตือนรอบพื้นที่ และแจ้งให้คนในหมู่บ้านระมัดระวังอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่อาจทำให้ดินจมลงไปและปิดบังจุดที่อาจมีวัตถุระเบิดป้องไว้
ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานเร่งเข้าเก็บกู้
“เราอยากเร่งประสานขอให้ EOD เข้ามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วนที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ทำนาผลิตอาหาร หากกระสุนยังไม่ระเบิดจริง อาจเกิดอันตรายร้ายแรงได้ทุกเมื่อ” นายรุจิภาสกล่าวเสริม
- สถานการณ์ตื่นตระหนกในชุมชน จากการค้นพบหลุมท่ามกลางไร่นา
- ยังไม่แน่ชัด ว่าลูกกระสุนปืนใหญ่ได้ระเบิดไปแล้วหรือยัง
- EOD ยังไม่ได้เคลื่อนไหว เนื่องจากภารกิจในพื้นที่อื่น
ในขณะนี้ ทีมงานได้ขอให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมมือสังเกตพื้นที่รอบ ๆ ไร่นาของตนเอง หากพบจุดที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น ดินถูกขุดหรือพืชผลโล่งหาย ให้รีบแจ้งผู้นำชุมชนทันที นอกจากนี้ยังควรติดสัญลักษณ์แจ้งเตือน เช่น เชือกแดง-ขาว หรือป้ายเตือนว่า “ห้ามเข้า” เพื่อป้องกันอันตราย
ความปลอดภัยของประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องไม่ละเลย
สถานการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่แฝงมากับการอยู่ใกล้ชายแดน แม้สงครามจะสงบลง แต่เศษวัตถุสงครามอาจกลายเป็นภัยร้ายแฝงอยู่ในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด การร่วมมือของทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งจากประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เวลาผ่านไปทุกชั่วโมง ก็เพิ่มความเสี่ยงให้กับความปลอดภัยของประชาชน เราจึงมา呼吁ว่า รัฐบาลควรมีการประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดให้เร่งเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และมีมาตรการป้องกันในระยะยาวด้วย
ที่มา – ผวาหลุมกลางทุ่งนา คาดระเบิด ‘เขมร’ ยังไม่บึ้ม เร่งประสาน EOD เก็บกู้



