ผุดบัญชี TISA หนุนคนไทยออม ซื้อประกัน เงินสะสม ลงทุน 8 แสนบาท หักภาษี 1.3 เท่า
ผุดบัญชี TISA หนุนคนไทยออม ซื้อประกัน เงินสะสม ลงทุน 8 แสนบาท หักภาษี 1.3 เท่า
ในยุคที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย รัฐบาลจึงเดินหน้าส่งเสริมการออมและลงทุนระยะยาวให้กับประชาชนผ่านนโยบายใหม่ล่าสุด อย่าง บัญชี TISA หรือบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล ที่จะช่วยให้คนไทยสามารถออมเงิน ซื้อประกัน เงินสะสม และลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านภาษีสูงสุดถึง 1.3 เท่า
การประกาศใช้บัญชี TISA ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ 5 ของนโยบายควิก บิ๊ก วิน ซึ่งมุ่งเน้นการ “เพิ่มโอกาสการออมและความมั่นคงทางการเงินของประชาชน” โดยเฉพาะการรองรับการเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ
บัญชี TISA คืออะไร ทำไมต้องเปิด
บัญชี TISA หรือ Tax-advantaged Investment and Savings Account เป็นบัญชีการออมและการลงทุนส่วนบุคคลที่จัดตั้งขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผู้สนใจสามารถเปิดบัญชีได้กับบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนต่าง ๆ
จุดเด่นสำคัญของ บัญชี TISA คือ การให้วงเงินลดหย่อนภาษีตามการจ่ายจริงไม่เกิน 800,000 บาทในหมวดประกัน เงินสะสมและการลงทุน แทนวงเงินเดิม 500,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับคนมีรายได้ต่างกัน
รัฐบาลแบ่งการหักลดหย่อนภาษีออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
- คนมีเงินได้พึงประเมินต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท : สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1.3 เท่าของ 800,000 บาท หรือสูงสุด 1.04 ล้านบาท
- คนมีเงินได้พึงประเมินเกิน 1.5 ล้านบาท : สามารถลดหย่อนภาษีได้ 0.7 เท่าของ 800,000 บาท หรือสูงสุด 560,000 บาท
การแบ่งระดับนี้ถือว่าเป็นการให้โอกาสกับผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางให้สามารถออมและลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีในอัตราที่สูงกว่า
เงื่อนไขการใช้บัญชี TISA
การใช้บัญชี TISA มีเงื่อนไขสำคัญดังนี้
- ต้องมีการถือหลักทรัพย์ในบัญชี TISA ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหลักทรัพย์ครั้งแรก
- สามารถถอนเงินได้เมื่ออายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี
- มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ยังมีช่วงเปลี่ยนผ่านจากมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว มาเป็นมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวผ่านบัญชี TISA ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
มาตรการจูงใจเพิ่มเติม
รัฐบาลยังมีมาตรการจูงใจอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าสู่ตลาดทุนมากขึ้นด้วย โดยจะยกเว้นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ดอกเบี้ย เงินปันผล และเงินส่วนแบ่งกำไร สำหรับ 200,000 บาทแรก ให้กับผู้ที่ถือหลักทรัพย์ในบัญชี TISA ไม่น้อยกว่า 5 ปี
นอกจากนี้ยังมี พันธบัตรออมพลัส ซึ่งเป็นโครงการพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการออม ที่สามารถซื้อได้ทุกเดือน โดยมีราคาขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลที่มีความมั่นคงได้ง่ายยิ่งขึ้น
และยังมีการยกเว้นภาษีอากรแสตมป์สำหรับการซื้อประกันภัยรายย่อย หรือไมโครอินชัวร์รันส์ ดังนี้
- ประกันวินาศภัยรายย่อย เบี้ยไม่เกิน 1,000 บาทต่อปี
- ประกันชีวิตรายย่อย เบี้ยไม่เกิน 1,000 บาทต่อปี
- ประกันชีวิตรายย่อยแบบสะสมทรัพย์ เบี้ยไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 6,000 บาทต่อปี
บัญชี TISA ช่วยให้คนไทยมั่นคงทางการเงิน
หัวใจสำคัญของ บัญชี TISA คือการเตรียมความพร้อมให้กับคนไทยในการเข้าสู่สังคมสูงอายุ ซึ่งการมีแหล่งออมเงินและลงทุนระยะยาวจะช่วยให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
การเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีเป็น 800,000 บาท โดยไม่ต้องขอปีต่อปี ถือเป็นการลดความยุ่งยากและเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้เงินออมเข้าสู่ตลาดทุนมากขึ้น
สำหรับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนประมาณ 11.4 ล้านคน จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการหักลดหย่อนภาษี 1.3 เท่า ซึ่งถือเป็นการกระจายโอกาสทางการเงินให้กับประชาชนทุกกลุ่ม
การเปิดบัญชี TISA จึงไม่ใช่แค่การออมเงินหรือการลงทุนธรรมดา แต่เป็นการวางแผนการเงินระยะยาวที่ชาญฉลาด และเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับตนเองในยุคสังคมสูงวัย
ที่มา – ผุดบัญชี TISA หนุนคนไทยออม ซื้อประกัน เงินสะสม ลงทุน 8 แสนบาท หักภาษี 1.3 เท่า