ผู้ตรวจการแผ่นดิน นำทีมตรวจ ลำห้วยพรุมัด ตะลึงรุกป่า
近日事件引起关注,ผู้ตรวจการแผ่นดิน นำทีมตรวจ ลำห้วยพรุมัด ได้ลงพื้นที่จริงจังหลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่สาธารณะและป่าไม้ในพื้นที่ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวบ้านจิตอาสาได้รวมตัวร้องเรียนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 หลังพบชายฉกรรจ์กว่า 30 คน พร้อมเครื่องจักรเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรูมูลค่ากว่า 10-20 ล้านบาทบริเวณลำห้วยพรุมัด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ สร้างความสงสัยว่าทำไมต้องรีบรื้ออย่างมีพิรุธ
ผู้ตรวจการแผ่นดิน นำทีมตรวจ ลำห้วยพรุมัด
เมื่อวันที่ 6-7 พฤษภาคม 2569 ร้อยตำรวจตรี พงศกร มีพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบทันที โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหา อาทิ นายอนันต์ ด่านสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ ฝ่ายปกครองอำเภอทุ่งสง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และสำนักงานที่ดินสาขาทุ่งสง
ผู้ตรวจการแผ่นดิน นำทีมตรวจ ลำห้วยพรุมัด ค้นพบประเด็นร้องเรียนหลัก
ประเด็นร้องเรียนครอบคลุมหลายเรื่อง เช่น การไม่ดำเนินการตรวจสอบบุกรุกป่าเพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศ สวนทุเรียน และร้านอาหาร “สวนอาหารบ้านช่องเขา” บริเวณพิกัด 8.138891, 99.769492 และ 8.138883, 99.770773 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของป่าและพันธุ์ไม้ นอกจากนี้ยังมีกรณีออกเอกสารสิทธิทับซ้อนพื้นที่ป่า ส.ป.ก. และสาธารณประโยชน์โดยไม่ชอบกฎหมาย รวมถึงการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยานแห่งชาติน้ำโยง ชาวบ้านเรียกพื้นที่นี้ว่า “อาณาจักรช่องเขา” คล้ายกรณีเขากระโดงที่บุรีรัมย์ที่เคยฮือฮา
ปัญหาอื่นๆ ประกอบด้วยการปลูกสวนทุเรียนเกินพื้นที่ที่กฎหมายกำหนด การขุดบ่อดินเปลี่ยนสภาพพื้นที่เพื่อธุรกิจ และการบุกรุกลำห้วยพรุมัด ลำเหมืองสาธารณะ แม้จะร้องเรียนหน่วยงานรัฐหลายแห่ง แต่เรื่องเงียบหายไป จนผู้ตรวจการแผ่นดินต้องเข้าตรวจสอบ
- ไม่บังคับใช้กฎหมายกับเอกชนบุกรุกป่า สร้างสิ่งปลูกสร้างถาวร
- ออกเอกสารสิทธิทับพื้นที่ป่าและสาธารณะ
- ละเลยการตรวจสอบ ส.ป.ก. ป่าสงวน และอุทยาน
- ขุดดินรุกล้ำป่า ส่งผลเสียต่อทรัพยากรธรรมชาติ
ผลการตรวจสอบและมติที่ประชุม
จากการลงพื้นที่และประชุม พบข้อเท็จจริงที่น่าตกตะลึง ดังนี้
- กลุ่มอาคาร 5 หลังบุกรุกลำห้วยพรุมัด: นายกเทศมนตรีถ้ำใหญ่ยอมรับว่าสร้างเองเมื่อ 20 ปีก่อน เพื่อกิจกรรมจังหวัดและอำเภอ แต่ผิดกฎหมายควบคุมอาคาร รื้อถอนเองแล้ว อำเภอจะตั้งกรรมการสอบวินัยและร้องทุกข์คดีตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
- รังวัดที่สาธารณประโยชน์พรุมัด: สำนักงานที่ดินสาขาทุ่งสงจะรังวัดพื้นที่ให้ชัดเจน นำเข้าสำนวนสอบสวนเจ้าหน้าที่
- ขุดบ่อดินใน นส.3: ของนายกเทศมนตรี พบรุกล้ำป่าถาวร 2 จุด สำนักป่าไม้ที่ 12 จะประสานรังวัดเพื่อโปร่งใส
- ระบบน้ำประปาตำบลถ้ำใหญ่: ท่อเหล็กหาย 500 เมตร แต่เลิกใช้แล้ว เปลี่ยนเป็น PVC ที่ฝายพักน้ำ จะนำผลตรวจสอบพิจารณาต่อ
นอกจากนี้ ร้อยตำรวจตรี พงศกร ยังขอให้ศูนย์ดำรงธรรมติดป้ายไวนิล “พรุมัดเป็นสถานที่สาธารณะ ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันได้” เพื่อแจ้งประชาชน
กรณีนี้สะท้อนปัญหาการบุกรุกป่าและที่สาธารณะที่เกิดขึ้นบ่อยในไทย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ชุมชนที่มีศักยภาพท่องเที่ยวหรือเกษตร การร้องเรียนจากประชาชนและการตรวจสอบจากผู้ตรวจการแผ่นดินช่วยผลักดันให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติให้ลูกหลาน
ในมุมมองของเรา ผู้ตรวจการแผ่นดิน นำทีมตรวจ ลำห้วยพรุมัด ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานโปร่งใส ชาวบ้านควรรวมตัวร้องเรียนต่อเนื่อง และติดตามผลการดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมหรือประสบปัญหาคล้ายกัน สามารถแชร์ในคอมเมนต์ได้เลย!
ที่มา – ‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน’ นำทีมตรวจ ‘ลำห้วยพรุมัด’ ตะลึง ‘อาณาจักรช่องเขา’ รุกป่ามโหฬาร