ผู้นำจีนเรียกร้องเปิดฮอร์มุซตามปกติ
ในสถานการณ์ตึงเครียดที่ตะวันออกกลาง ผู้นำจีนเรียกร้อง การเปิดเส้นทางเดินเรือในฮอร์มุซ “ตามปกติ” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงในการสนทนาทางโทรศัพท์กับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย เมื่อเร็วๆ นี้ การเรียกร้องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤติการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ผู้นำจีนเรียกร้อง การเปิดเส้นทางเดินเรือในฮอร์มุซ “ตามปกติ”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่งว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) เผยแพร่รายละเอียดการสนทนาระหว่างผู้นำทั้งสอง โดยสี จิ้นผิง ย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซควรเปิดให้มีการเดินเรือตามปกติ เพราะถือเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศในภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ นอกจากนี้ จีนยังเรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อยุติความขัดแย้ง และดำเนินทุกความพยายามเพื่อฟื้นฟูสันติภาพในพื้นที่
บริบทของวิกฤติฮอร์มุซ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน โดยผ่านที่นี่มีน้ำมันดิบราว 20% ของโลก ทำให้การปิดกั้นหรือขัดขวางการเดินเรือส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก ล่าสุดเกิดเหตุการณ์กองทัพยึดเรือสินค้าทูสกา สัญชาติอิหร่าน หลังเผชิญหน้ากันนาน 6 ชั่วโมงในอ่าวโอมาน ส่งผลให้การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านอยู่ในภาวะไม่แน่นอน
เหตุการณ์นี้ทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน และประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่เช่น จีน ซึ่งพึ่งพาเส้นทางนี้สูง ต้องออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน การที่ ผู้นำจีนเรียกร้อง การเปิดเส้นทางเดินเรือในฮอร์มุซ “ตามปกติ” จึงไม่ใช่แค่คำพูด แต่สะท้อนยุทธศาสตร์ของจีนในการรักษาเสถียรภาพพลังงาน
บทบาทของจีนในตะวันออกกลาง
จีนเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิภาคนี้ โดยมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งอิหร่านและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นคู่แข่งกัน จีนนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านจำนวนมาก และลงทุนในโครงการ Belt and Road Initiative ในซาอุดีฯ การสนทนาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าจีนพยายามเป็นตัวกลางเพื่อลดความตึงเครียด
- รักษาการเดินเรือเสรีเพื่อเศรษฐกิจโลก
- สนับสนุนการหยุดยิงและสันติภาพ
- ปกป้องผลประโยชน์พลังงานของจีน
- เสริมสร้างอิทธิพลทางการทูต
นอกจากนี้ จีนยังย้ำถึงหลักการ “ไม่แทรกแซงกิจการภายใน” แต่พร้อมเป็นสะพานเชื่อมให้ทุกฝ่าย หากเทียบกับสหรัฐที่ถูกมองว่าทุ่มเททางทหาร จีนเลือกใช้วิธีการทูตแบบอ่อนนุ่ม
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงสุดถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกรุนแรง ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบ เพราะนำเข้าน้ำมันกว่า 90% หาก ผู้นำจีนเรียกร้อง การเปิดเส้นทางเดินเรือในฮอร์มุซ “ตามปกติ” สำเร็จ จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเคลื่อนไหวของจีนอาจนำไปสู่การเจรจารอบใหม่ โดยเฉพาะหลังเหตุยึดเรือทูสกา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงการเผชิญหน้าทหาร จีนหวังใช้โอกาสนี้แสดงบทบาทผู้นำโลกใหม่
ในมุมมองของผู้เขียน การเรียกร้องนี้เป็นสัญญาณบวกที่จีนกำลังก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจที่รับผิดชอบมากขึ้น หากทุกฝ่ายฟังเสียงเหตุผล สันติภาพในตะวันออกกลางอาจใกล้เข้ามา ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!
ที่มา – ผู้นำจีนเรียกร้อง การเปิดเส้นทางเดินเรือในฮอร์มุซ “ตามปกติ”