ผู้นำอิหร่านเตือนปริมาณน้ำสำรองอาจหมดลงภายในเดือนตุลาคมนี้

ผู้นำอิหร่านเตือนปริมาณน้ำสำรองอาจหมดลงภายในเดือนตุลาคมนี้

สำนักข่าว AFP รายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า ประธานาธิบดีเปเซซเคียนได้ออกมาเตือนในระหว่างการเยือนเมืองซานจาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศว่า หากทางการอิหร่านไม่สามารถจัดการปัญหาการใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประชาชนไม่ร่วมมือในการลดการใช้น้ำ ก็อาจส่งผลให้ภายในเดือนตุลาคมนี้ อาจไม่มีน้ำเหลือในเขื่อนอีกต่อไป

ข่าวสารจากแหล่งข่าวในประเทศ ระบุว่า ผู้นำอิหร่านเตือนว่า ช่วงตุลาคมเป็นเดือนแรกของฤดูใบไม้ร่วงตามปฏิทินเปอร์เซีย ซึ่งปกติจะเป็นช่วงที่ความต้องการน้ำเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงเรียนเริ่มเปิดภาคเรียนใหม่ แต่หากไม่มีการจัดการอย่างรอบคอบ อาจส่งผลกระทบทั้งต่อประชาชนและระบบการเกษตรในวงกว้าง

ระดับน้ำในเขื่อนเตหะรานลดระดับลงอย่างหนัก

จากข้อมูลของสำนักข่าว IRNA (Iranian Students’ News Agency) พบว่า อ่างเก็บน้ำหลักที่ส่งน้ำไปยังกรุงเตหะรานมีปริมาณน้ำเหลือเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ของความจุเต็มที่ ส่วนระดับน้ำเฉลี่ยในทุกอ่างเก็บน้ำของประเทศอยู่ที่แค่ประมาณ 44 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับวิกฤตที่ต้องจับตามอง

นอกจากนี้ บริษัทประปาของกรุงเตหะรานได้ออกมาประกาศขอให้ประชาชนปรับตัว โดยติดตั้งถังเก็บน้ำและปั๊มน้ำไว้ภายในบ้าน เพื่อรองรับวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้น และป้องกันปัญหาไม่ให้กระทบต่อชีวิตประจำวันมากจนเกินไป

ปมการใช้น้ำระหว่างเกษตรและประชาชน

แม้ว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำส่วนใหญ่เกิดจากการใช้น้ำในภาคการเกษตร ซึ่งดูดน้ำไปถึง 86.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ดูเหมือนเจ้าหน้าที่บางส่วนจะโทษผู้บริโภคในครัวเรือนแทน ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้องนัก โดยการรายงานจากหนังสือพิมพ์ชาร์ก ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้เน้นย้ำว่า จำเป็นต้องมีแนวทางที่ชัดเจนในการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรมกับทุกภาคส่วน

แม้ยังไม่มีการจำกัดการใช้น้ำ แต่ไฟฟ้าดับหลายพื้นที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตน้ำหรือไม่

แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่มีการประกาศปันส่วนการใช้น้ำแบบเป็นทางการ แต่การไฟฟ้าของประเทศต้องตัดไฟฟ้าเฉลี่ยวันละอย่างน้อย 2 ชั่วโมงในหลายพื้นที่ และในบางพื้นที่ไฟฟ้าถูกตัดมากกว่าวันละครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ระบุว่า การใช้ไฟฟ้าเพื่อสูบน้ำต้องได้รับการควบคุม แต่นั่นอาจส่งผลต่อการใช้ไฟฟ้าโดยรวมได้

การขาดแคลนน้ำในอิหร่านไม่ใช่เพียงปัญหาในปัจจุบัน แต่อาจส่งผลให้เกิดความไม่สงบในสังคมในอนาคตได้หากไม่ได้มีการแก้ไขที่ยั่งยืน รวมถึงการรักษาความสมดุลระหว่างการใช้น้ำเพื่อการเกษตร กับการใช้ในชีวิตประจำวันก็ต้องได้รับการทบทวนอย่างเร่งด่วนเช่นกัน

บทสรุป: ผู้นำอิหร่านเตือนผู้คนให้เตรียมตัวรับมือ

แม้ว่าหลายพื้นที่ในอิหร่านจะยังไม่เห็นผลกระทบอย่างชัดเจนจากภาวะน้ำแห้ง แต่การเตือนจากผู้นำสูงสุดที่ระบุล่วงหน้าว่าปริมาณน้ำสำรองอาจหมดลงภายในเดือนตุลาคมนี้ เป็นสัญญาณให้ทุกฝ่ายต้องรีบตื่นตัวและร่วมกันจัดการ

การไม่โทษตัวปัญหาอย่างถูกที่ อาจทำให้ไม่เกิดการแก้ไขที่ตรงจุด ดังนั้น ภาครัฐควรร่วมมือกับเกษตรกร ชาวเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางกรอบการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้ใครได้รับผลกระทบมากหรือน้อยจนเกินไป

ท่านผู้อ่านควรมอบความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรในบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเตรียมพร้อมด้วยการลงทุนในระบบน้ำส่วนตัว เช่น ถังเก็บน้ำ หรือระบบรีไซเคิลน้ำ อย่างน้อยก็เพื่อความมั่นคงของชีวิตในช่วงฤดูแห้งและการใช้ชีวิตประจำวันที่ราบรื่นขึ้น

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *