ผู้นำไต้หวันดึงดันเดินทางเยือนเอสวาตินี จีนฉุนจัดเรียกเป็น “หนู”
ในสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างไต้หวันและจีนที่ยืดเยื้อมานาน ผู้นำไต้หวันดึงดันเดินทางเยือนเอสวาตินี จีนฉุนจัดเรียกเป็น “หนู” ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงไทเปเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ว่า จีนยืนยันจุดยืนเดิมว่าสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีน ไม่มีสิทธิ์สร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประเทศอื่น รัฐบาลไทเปโต้แย้งอย่างหนักแน่น โดยไล่ชิงเต้ ประธานาธิบดีไต้หวัน ยืนกรานที่จะมีส่วนร่วมกับนานาชาติ
ผู้นำไต้หวันดึงดันเดินทางเยือนเอสวาตินี จีนฉุนจัดเรียกเป็น “หนู”
เดือนที่แล้ว ไต้หวันเผชิญแรงกดดันจากจีนที่บังคับให้ 3 ประเทศในมหาสมุทรอินเดียเพิกถอนอนุญาตให้เครื่องบินของไล่ชิงเต้บินผ่านน่านฟ้าไปยังเอสวาตินี เพื่อร่วมพระราชพิธีเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 40 ปีของสมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 ปัจจุบันเอสวาตินีเป็นหนึ่งใน 12 ประเทศที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน ท่ามกลางแรงกดดันจากจีนที่พยายามดึงประเทศเหล่านี้ไปฝั่งตน
คำพูดเด็ดของไล่ชิงเต้ต่อพระราชาธิบดีเอสวาตินี
ไล่ชิงเต้กล่าวกับสมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 ว่า “สาธารณรัฐจีนไต้หวันเป็นประเทศอธิปไตย ไต้หวันเป็นของโลก ประชาชน 23 ล้านคนมีสิทธิ์มีส่วนร่วมกับโลก ไม่มีประเทศใดมีสิทธิ์ขัดขวาง” คำกล่าวนี้สะท้อนถึงจุดยืนของไต้หวันที่ต้องการแสดงตัวตนบนเวทีโลก แม้จะต้องเผชิญอุปสรรคจากจีน
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของไต้หวันเปิดเผยว่า การเดินทางแบบ “ถึงแล้วค่อยประกาศ” เป็นกลยุทธ์ дипломатияมาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการแทรกแซงภายนอก ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จในการเยือนครั้งนี้
ปฏิกิริยารุนแรงจากจีน
สำนักงานกิจการไต้หวันของจีนออกแถลงการณ์ประณามไล่ชิงเต้ว่าแอบเดินทางไปเอสวาตินี พฤติกรรมนี้เหมือน “หนูที่วิ่งข้ามถนน” และจะถูกประชาคมโลกเยาะเย้ย คำพูดนี้แสดงถึงความโกรธแค้นของปักกิ่งที่ไต้หวันยังคงรักษาความสัมพันธ์กับชาติพันธมิตรไม่กี่ประเทศที่เหลือ
- เอสวาตินี: หนึ่งในพันธมิตรไต้หวันที่ยืนหยัดมานาน
- จีน: กดดันกว่า 10 ประเทศให้ตัดสัมพันธ์ไต้หวันในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา
- ไต้หวัน: ยืนยันอธิปไตยและสิทธิ์มีส่วนร่วมโลก
ความสัมพันธ์ไต้หวัน-จีนเป็นประเด็นซับซ้อนตั้งแต่ปี 1949 หลังสงครามกลางเมือง จีนมองไต้หวันเป็นมณฑลกบฏ ขณะที่ไต้หวันพัฒนาเป็นประชาธิปไตยที่มั่งคั่ง การเยือนเอสวาตินีครั้งนี้ไม่เพียงเสริมสร้างพันธมิตร แต่ยังเป็นสัญญาณว่าจีนไม่สามารถปิดกั้นไต้หวันได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ไต้หวันยังให้ความช่วยเหลือเอสวาตินีด้านการแพทย์ การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยให้เอสวาตินียืนหยัดต่อแรงกดดันจากจีน ในทางตรงกันข้าม จีนใช้ ‘เงิน外交’ ดึงดูดชาติอื่นๆ แต่เอสวาตินียังคงเลือกไต้หวัน
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงเกมการทูตที่เข้มข้นในแอฟริกา ซึ่งหลายประเทศเลือกจีนเพราะผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ไต้หวันเน้นคุณภาพและความยั่งยืน ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การเยือนครั้งนี้อาจกระตุ้นให้ชาติอื่นๆ ทบทวนจุดยืน
สุดท้ายแล้ว ผู้นำไต้หวันดึงดันเดินทางเยือนเอสวาตินี จีนฉุนจัดเรียกเป็น “หนู” เป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นในการปกป้องอธิปไตย คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารการเมืองระหว่างประเทศเพิ่มเติมจากเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!
ที่มา – ผู้นำไต้หวันดึงดันเดินทางเยือนเอสวาตินี จีนฉุนจัดเรียกเป็น “หนู”