ผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์จากออสเตรเลียเจอต้านในญี่ปุ่น
ผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์จากออสเตรเลีย กำลังเผชิญแรงต่อต้านจากประชาชนในญี่ปุ่น หลังเดินหน้าโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในเมืองสึคุบะ จังหวัดอิบารากิ โดยโครงการนี้พัฒนาโดยกู๊ดแมน กรุ๊ป และถูกวางให้เป็นหนึ่งในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจากต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น
โครงการดังกล่าวมีแผนพัฒนากำลังการผลิตรวมในอนาคตสูงถึง 1 กิกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 3 ล้านล้านเยน หรือราว 639,233 ล้านบาท ขณะที่เฟสแรกเริ่มก่อสร้างแล้วด้วยกำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ นับเป็นโครงการที่สะท้อนความต้องการศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และบริการดิจิทัลในเอเชีย
ผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์จากออสเตรเลียถูกชาวญี่ปุ่นตั้งคำถาม
แม้ศูนย์ข้อมูลจะมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ทำเลที่ตั้งของโครงการกลับสร้างความกังวลให้กับคนในท้องถิ่น เพราะพื้นที่ก่อสร้างขนาดประมาณ 45 เฮกตาร์ในเขตโอโฮ อยู่ใกล้ย่านที่พักอาศัย โรงพยาบาล และสถานดูแลผู้สูงอายุ ชุมชนจึงต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
ผู้อยู่อาศัยหลายคนระบุว่า พวกเขาเพิ่งเห็นภาพขนาดที่แท้จริงของโครงการเมื่อมีเครนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่ไซต์ก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้น เอกสารบางส่วนที่นำเสนอในปี 2566 ระบุลักษณะโครงการว่าเป็นคลังสินค้าโลจิสติกส์ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดรายละเอียดเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลจึงไม่ได้สื่อสารอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก
ผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์จากออสเตรเลียต้องเร่งสร้างความเข้าใจ
ฮิโรยูกิ ยานางิมาจิ ตัวแทนชุมชน เปิดเผยว่า กลุ่มประชาชนได้รวบรวมรายชื่อประมาณ 800 คน เพื่อเรียกร้องให้บริษัทจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังส่งจดหมายถึงกู๊ดแมน 2 ฉบับ เพื่อขอข้อมูลและการประชุมชี้แจง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่สร้างความมั่นใจให้กับชุมชน
ประเด็นที่ประชาชนต้องการคำตอบไม่ได้มีเพียงเรื่องการก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบจากการใช้งานศูนย์ข้อมูลในอนาคต เช่น เสียงจากระบบทำความเย็น การใช้พลังงาน ปริมาณน้ำที่ต้องใช้ การจราจรของรถขนส่ง ความปลอดภัย และแนวทางรับมือหากเกิดเหตุขัดข้องหรือภัยพิบัติ
- ความโปร่งใส: ชุมชนต้องการทราบข้อมูลโครงการที่ถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่ระยะแรก
- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้ไฟฟ้า น้ำ และพื้นที่ขนาดใหญ่ควรมีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน
- คุณภาพชีวิต: เสียง การจราจร และการก่อสร้างอาจส่งผลต่อบ้าน โรงพยาบาล และสถานดูแลผู้สูงอายุโดยรอบ
- การมีส่วนร่วม: การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจะช่วยลดความเข้าใจผิดและเปิดทางให้เกิดการเจรจา
กลุ่มชาวบ้านระบุว่า หากยังไม่มีการตอบรับหรือเปิดพื้นที่พูดคุยอย่างจริงจัง อาจพิจารณาจัดการประท้วงทั้งบริเวณสถานที่ก่อสร้างและหน้าสำนักงานของบริษัทในกรุงโตเกียว สถานการณ์นี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของผู้พัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งต้องสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนทางเศรษฐกิจกับความไว้วางใจของคนในพื้นที่
กรณีของ ผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์จากออสเตรเลีย ยังสะท้อนบทเรียนที่บริษัทต่างชาติควรให้ความสำคัญ นั่นคือการสื่อสารกับชุมชนต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนก่อสร้าง ไม่ใช่รอให้ประชาชนเห็นโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นแล้วจึงชี้แจง การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา รับฟังข้อกังวล และกำหนดมาตรการเยียวยาที่ตรวจสอบได้ อาจช่วยลดแรงต้านและทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน
ในมุมมองของผู้เขียน การลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลยังมีความจำเป็นต่ออนาคตดิจิทัล แต่ความสำเร็จไม่ควรวัดจากกำลังการผลิตหรือมูลค่าการลงทุนเพียงอย่างเดียว หากบริษัทสามารถสร้างความเข้าใจกับชุมชนได้ตั้งแต่วันนี้ โครงการก็มีโอกาสได้รับการยอมรับและกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตไปพร้อมกับคนในท้องถิ่น
ที่มา – ผู้พัฒนา “ดาต้าเซ็นเตอร์” จากออสเตรเลีย ถูกต่อต้านในญี่ปุ่น หลังเพิ่งพับโครงการที่ซิดนีย์