ผู้ว่ากทพ. หารือส.ส.ปชน. สร้างทางด่วนผ่านม.เกษตร
ผู้ว่ากทพ. หารือส.ส.ปชน. สร้างทางด่วนผ่านม.เกษตร
การเดินทางในกรุงเทพมหานครยังคงติดปัญหาการจราจรที่หนักหน่วง โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน ทำให้การพัฒนาโครงข่ายทางด่วนกลายเป็นหนึ่งในแนวทางหลักที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญ ล่าสุด ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงการประชุมหารือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับโครงการทางด่วนเชื่อมต่อโครงข่ายถนนฝั่งตะวันออก – ตะวันตก โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างทางด่วนผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)
การประชุมในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อหาทางออกร่วมกัน หลังจากที่มีความเห็นต่างจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะจากทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของนักศึกษาและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย
ความคืบหน้าของโครงการทางด่วนผ่านม.เกษตร
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ทางด่วนสายงามวงศ์วาน – ประเสริฐมนูกิจ เป็นหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญมานานกว่า 30 ปี ถือเป็น missing link หรือ “จุดเชื่อมที่หายไป” ของโครงข่ายทางด่วนในกรุงเทพฯ
หากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะช่วยให้การเดินทางข้ามฟากจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตกสะดวกและรวดเร็วขึ้นอย่างมาก ลดระยะเวลาการเดินทางและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่บริเวณรอบข้าง
เดิมที กทพ. มีแผนจะสร้างทางด่วนในรูปแบบทางยกระดับ โดยใช้งบประมาณประมาณ 16,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความกังวลเกี่ยวกับเสียงรบกวนและมลพิษทางอากาศ จึงขอให้พิจารณาแนวทางอื่น
ด้วยเหตุนี้ กทพ. จึงได้ปรับแผนมาเป็นการสร้างอุโมงค์ทางด่วนใต้ดินลอดถนนงามวงศ์วาน แต่จากการศึกษาความเหมาะสม พบว่า ค่าใช้จ่ายสูงมากถึง 50,000 ล้านบาท และยังมีข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยรวมถึงเสียงคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่
การถอยของ กทพ. และทางเลือกใหม่
ผู้ว่าการ กทพ. ยืนยันว่า หน่วยงานได้พยายามถอยและปรับแผนมาโดยตลอด จนถึงขีดสุดของความเป็นไปได้แล้ว แนวทางล่าสุดคือการใช้แนวถนนเดิม ซึ่งประกอบด้วยอุโมงค์เกษตร – ถนนงามวงศ์วาน – สะพานพงษ์เพชร พัฒนาเป็นทางด่วน
แนวทางนี้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เรียบร้อยแล้ว และถือเป็นการพยายามลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบให้มากที่สุด
“กทพ. ถอยจนสุดทางแล้ว ดังนั้นจำเป็นต้องเดินหน้าโครงการต่อไป” ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวอย่างหนักแน่น
แผนการศึกษาและรับฟังความคิดเห็น
อย่างไรก็ตาม กทพ. ยังคงเปิดกว้างต่อการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน นักศึกษา คณาจารย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แผนการศึกษาจะดำเนินการใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
- การศึกษาความเหมาะสมของอุโมงค์ลอดถนนงามวงศ์วาน – ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และค่าใช้จ่าย
- การพิจารณาทางยกระดับรูปแบบเดิม – ทบทวนข้อดีข้อเสียจากมุมมองของชุมชนและผู้ใช้ทาง
- การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย – จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ประชุมหารือ และประชาพิจารณ์
คาดว่ากระบวนการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจะใช้เวลาไม่เกิน 3 ปี ก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้างจริง
ความจำเป็นของการสร้างทางด่วนผ่านม.เกษตร
ความจำเป็นในการสร้างทางด่วนผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น มีหลายปัจจัย ได้แก่
- การเชื่อมต่อโครงข่ายทางด่วน – ช่วยให้การเดินทางข้ามกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างราบรื่นและไร้รอยต่อ
- การลดปัญหาการจราจร – ช่วยแบ่งเบาปริมาณรถยนต์บนถนนเส้นหลักในชั่วโมงเร่งด่วน
- การพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต – ลดเวลาการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง
ผู้ว่าการ กทพ. ยังกล่าวอีกว่า ช่วง N2 บนถนนประเสริฐมนูกิจ (ถนนเกษตร-นวมินทร์) มีการก่อสร้างตอม่อรองรับโครงการทางด่วนมานานกว่า 30 ปีแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลและ กทพ. ให้ความสำคัญกับเส้นทางนี้มาโดยตลอด
การศึกษาหลายครั้งยืนยันว่า แนวเส้นทางนี้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ไขปัญหาการจราจร และช่วยเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างพื้นที่ด้านตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเห็นจากประชาชนและนักศึกษา
แน่นอนว่า ทุกโครงการขนาดใหญ่ย่อมมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สำหรับโครงการทางด่วนผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็มีทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้าน
- ผู้ที่เห็นด้วย – เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยลดปัญหาการจราจรและพัฒนาการเดินทางในภาพรวมของกรุงเทพมหานคร
- ผู้ที่ไม่เห็นด้วย – กังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เสียงรบกวน และคุณภาพชีวิตของนักศึกษาและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย
ด้วยเหตุนี้ การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง รัฐบาลและ กทพ. ควรดำเนินการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และจริงจัง เพื่อให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน
บทสรุปและมุมมอง
การพัฒนาทางด่วนผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนโฉมหน้าการเดินทางในกรุงเทพมหานคร แม้จะมีความท้าทายและข้อกังวลจากหลายฝ่าย แต่หากดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม โครงการนี้ก็มีศักยภาพที่จะเป็น “ทางออก” ของปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครได้อย่างแท้จริง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการตัดสินใจที่อิงข้อมูล ข้อเท็จจริง และความต้องการของประชาชนเป็นหลัก
ที่มา – ผู้ว่ากทพ. ประชุมส.ส.ปชน.วันนี้หารือสร้างทางด่วนผ่านม.เกษตร ลั่นถอยให้มก.สุดทางแล้วจำเป็นต้องสร้าง



