ผู้ว่าฯ อยุธยาเร่งระบายคลองข้าวเม่าใน 6 วัน

ผู้ว่าฯ อยุธยาเร่งระบายคลองข้าวเม่าใน 6 วัน หลังหลายพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยากำลังเผชิญผลกระทบจากน้ำฝนและระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักที่เพิ่มสูงขึ้น โดยจังหวัดได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชลประทาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสวนอุตสาหกรรมโรจนะ เพื่อเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณคลองข้าวเม่า

การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ประตูระบายน้ำหลังวัดกะสังข์ หรือประตูระบายน้ำคลองข้าวเม่า หมู่ 1 ตำบลธนู อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานชลประทาน ปภ. นายอำเภอ และผู้บริหารท้องถิ่น ร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ผู้ว่าฯ อยุธยาเร่งระบายคลองข้าวเม่าใน 6 วัน

บริเวณประตูระบายน้ำคลองข้าวเม่ามีการใช้งานท่อระบายน้ำขนาดใหญ่เพื่อสูบน้ำจากฝั่งตำบลธนูไปยังฝั่งเทศบาลเมืองอโยธยา ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กำลังประกอบและติดตั้งท่อสูบน้ำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มกำลังในการระบายน้ำให้เร็วขึ้น เนื่องจากคลองข้าวเม่าระบายน้ำได้ช้า และอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนในเขตเทศบาลเมืองอโยธยา

นายชนะ เดชฐิติ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง สำนักชลประทานที่ 10 ชี้แจงว่า น้ำที่กำลังระบายอยู่เป็นน้ำฝนและน้ำจากพื้นที่ป่าสัก ไม่ใช่น้ำที่ปล่อยจากคลองระพีพัฒน์ ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ระบบอยู่ที่ประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตร โดยน้ำจากป่าสักใต้จะไหลเข้าสู่คลองระบายใหญ่ป่าสัก ซึ่งสามารถระบายต่อไปยังพื้นที่วังน้อยและรังสิตได้

แผนระดมเครื่องสูบน้ำช่วยลดระดับน้ำ

เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักสูงกว่าคลองข้าวเม่า เจ้าหน้าที่จึงยังไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำได้ตามปกติ ต้องใช้เครื่องสูบน้ำช่วยผลักดันน้ำออกไปยังประตูระบายน้ำวัดเกาะแก้ว เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันและวางแผนย้ายเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไปติดตั้งที่ประตูระบายน้ำหันตรา เพื่อให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตรียมนำเครื่องสูบน้ำระยะไกลจำนวน 2-3 เครื่องไปติดตั้งที่บริเวณหันตรา รวมถึงย้ายเครื่องสูบน้ำจากประตูระบายน้ำวัดกะสังข์ไปใช้งานในจุดดังกล่าว ส่วนเทศบาลเมืองอโยธยาจะนำเครื่องสูบน้ำจำนวน 4 เครื่องไปช่วยสูบที่ประตูระบายน้ำวัดเกาะแก้ว จากนั้นจึงจะสามารถเปิดประตูระบายน้ำวัดกะสังข์ได้ โดยควบคุมระดับน้ำให้เหมาะสมกับกำลังสูบ

  • ติดตั้งเครื่องสูบน้ำของ ปภ. และชลประทานเพิ่มเติม
  • ย้ายเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไปยังประตูระบายน้ำหันตรา
  • ใช้เครื่องสูบน้ำของเทศบาลเมืองอโยธยาช่วยระบายที่วัดเกาะแก้ว
  • ประเมินจุดติดตั้งเพิ่มเติมบริเวณประตูระบายน้ำวัดพิชัยสงคราม
  • เร่งดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569

แผนงานดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสูบน้ำออกจากคลองข้าวเม่าได้ภายใน 5-6 วัน หากไม่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำไหลเข้าสมทบเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง และปรับแผนการเดินเครื่องให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา

หลายอำเภอได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้ว 13 อำเภอ และจังหวัดได้เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนใน 12 อำเภอ สาเหตุสำคัญมาจากน้ำฝนสะสม ประกอบกับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนพระรามหก ทำให้พื้นที่อำเภอภาชี วังน้อย นครหลวง และอุทัย ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

การเร่งแก้ไขปัญหาที่คลองข้าวเม่าถือเป็นภารกิจสำคัญ เพราะหากน้ำระบายออกได้ช้า อาจทำให้ระดับน้ำเอ่อล้นเข้าสู่พื้นที่ชุมชน ถนน และพื้นที่เศรษฐกิจ โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองอโยธยา จังหวัดจึงต้องระดมทรัพยากรจากหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ำ บุคลากร น้ำมันเชื้อเพลิง และการประสานงานด้านการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินเครื่องสูบน้ำ แต่ละหน่วยงานจะร่วมกันประเมินและรับผิดชอบตามภารกิจ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้น้ำมันมากกว่า 100,000 บาทต่อวัน หรือประมาณ 2,000 ลิตรต่อเครื่องต่อวัน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ และความจำเป็นที่ต้องเดินเครื่องต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าพื้นที่ชุมชนมากขึ้น

ผู้ว่าฯ อยุธยาเร่งระบายคลองข้าวเม่าใน 6 วัน เป็นแนวทางที่มุ่งลดผลกระทบให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่ผลสำเร็จจะขึ้นอยู่กับปริมาณฝน ระดับน้ำต้นทุน และความพร้อมของเครื่องสูบน้ำในแต่ละจุด ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมยกของขึ้นที่สูงและวางแผนการเดินทางหากมีน้ำท่วมขัง

ในมุมมองของผู้เขียน การทำงานร่วมกันระหว่างจังหวัด ชลประทาน ปภ. และท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญของการรับมืออุทกภัยครั้งนี้ หากทุกหน่วยงานสามารถสื่อสารข้อมูลระดับน้ำและแผนการสูบได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้ประชาชนเตรียมตัวได้ทัน และลดความเสียหายต่อบ้านเรือนและพื้นที่เศรษฐกิจได้มากขึ้น

ที่มา – ผู้ว่าฯ อยุธยา เร่งกู้วิกฤต สั่งระดมเครื่องสูบน้ำ ปภ.-ชลประทาน เร่งระบายคลองข้าวเม่า หวังลดใน 6 วัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *