ผู้เชี่ยวชาญเตือน: ความเฉื่อยชาด้านสภาพอากาศคร่าชีวิต

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ว่า “แลนเซต เคาต์ดาวน์” ซึ่งเป็นงานศึกษาประจำปีฉบับสำคัญ ที่ติดตามผลกระทบด้านสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ระบุว่า โอกาสของการเปลี่ยนผ่านสภาพอากาศที่ “ยุติธรรม” ยังคงมีอยู่ แต่มันยังไม่ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

รายงานดังกล่าวระบุตัวเลขของผลกระทบร้ายแรงที่สุดบางประการ ได้แก่ จำนวนผู้เสียชีวิต 546,000 รายต่อปี ระหว่างปี 2555-2564 เนื่องจากอากาศร้อน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากตัวเลขในช่วงทศวรรษที่ 1990 และควันพิษจากไฟป่า คร่าชีวิตผู้คนมากเป็นประวัติการณ์ถึง 154,000 รายในปีที่แล้ว

อนึ่ง รายงานเรียกร้องให้มีการลงทุนเพิ่มขึ้นในพลังงานคาร์บอนเป็นศูนย์ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ ตลอดจนการวางแผนที่ดีขึ้นสำหรับความท้าทายด้านสุขภาพ

ขณะที่ผู้เขียนงานศึกษา วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่นำสหรัฐถอนตัวออกจากโครงการความช่วยเหลือระหว่างประเทศ และโครงการริเริ่มด้านสภาพอากาศ พร้อมกับเสริมว่า การยกเลิกนโยบายที่เป็นอันตราย และการดำเนินการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างมีความหมาย ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องสุขภาพและความอยู่รอดของประชาชน

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทำให้ระบบของโลก และสภาพแวดล้อมที่มนุษย์ต้องพึ่งพาในการดำรงชีวิต เกิดความไม่มั่นคงมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งมลพิษทางอากาศที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากกว่า 2.5 ล้านรายในปี 2565 เพียงปีเดียว พร้อมกับประณามการอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล.

ความเฉื่อยชาด้านสภาพอากาศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต “นับล้านคน” นี่คือข้อความที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกกำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักแน่น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศกำลังคุกคามชีวิตและสุขภาพของผู้คนในทุกภูมิภาคของโลก

ผู้เชี่ยวชาญเตือน ความเฉื่อยชาด้านสภาพอากาศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต “นับล้านคน”

รายงานจาก “แลนเซต เคาต์ดาวน์” ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จำนวนผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนและมลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความล่าช้าในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน

ทำไมความเฉื่อยชาด้านสภาพอากาศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต “นับล้านคน”

สาเหตุหลักของสถานการณ์อันน่าเศร้าสลดนี้ มาจาก:

  • การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างต่อเนื่อง: การเผาไหม้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โลกร้อนขึ้น
  • การลงทุนที่ไม่เพียงพอในพลังงานสะอาด: การเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ยังคงเป็นไปอย่างเชื่องช้า
  • การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ: หลายภูมิภาคยังไม่มีระบบเตือนภัยล่วงหน้า ระบบป้องกันน้ำท่วม หรือระบบจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นรุนแรงและครอบคลุม:

  • คลื่นความร้อน: อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • มลพิษทางอากาศ: อนุภาคขนาดเล็กและสารพิษในอากาศทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง
  • ภัยพิบัติทางธรรมชาติ: พายุ น้ำท่วม และไฟป่าทวีความรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น ทำให้ผู้คนต้องพลัดพรากจากบ้านเรือนและเสียชีวิต

    เพื่อแก้ไขปัญหาความเฉื่อยชาด้านสภาพอากาศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต “นับล้านคน” เราต้อง:

    • เร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด: ลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
    • สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศ: พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า ระบบป้องกันน้ำท่วม และระบบจัดการภัยพิบัติ
    • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้รถยนต์ส่วนตัวและการบริโภคเนื้อสัตว์

    การจัดการกับปัญหาความเฉื่อยชาด้านสภาพอากาศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต “นับล้านคน” ไม่ใช่เป็นเพียงความรับผิดชอบของภาครัฐหรือองค์กรระหว่างประเทศเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ เราทุกคนมีบทบาทสำคัญในการสร้างโลกที่ยั่งยืนและปลอดภัยสำหรับคนรุ่นต่อไป

    เครดิตภาพ : AFP

    ถึงเวลาแล้วที่เราต้องตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาและร่วมมือกันหาทางออก ก่อนที่ความเฉื่อยชาของเราจะนำไปสู่หายนะที่ไม่อาจแก้ไขได้

    ที่มา – ผู้เชี่ยวชาญเตือน ความเฉื่อยชาด้านสภาพอากาศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต “นับล้านคน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *