ผู้เสียหายร้องสธ.ถูกหมอสวมสิทธิเบิกยารักษาโรค ทำเดือดร้อนหนัก
เชื่อว่าใครหลายคนคงไม่อยากเจอเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อจู่ๆ ประวัติสุขภาพของเรากลับกลายเป็นผู้ป่วยโรคร้ายแรงโดยที่เราไม่รู้ตัว ล่าสุดมีกรณีสะเทือนขวัญเมื่อผู้เสียหายร้องสธ.ถูกหมอสวมสิทธิเบิกยารักษาโรค ทำเดือดร้อนหนัก หลังจากตรวจพบว่าข้อมูลเวชระเบียนถูกปลอมแปลงเพื่อเบิกค่ายาเข้าคลินิกส่วนตัวของแพทย์หญิงคนหนึ่งในจังหวัดระยอง
สถานการณ์ที่น่าตกใจ: เมื่อผู้เสียหายร้องสธ.ถูกหมอสวมสิทธิเบิกยารักษาโรค ทำเดือดร้อนหนัก
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อผู้เสียหายวัย 31 ปี เดินทางไปตรวจสุขภาพตามปกติ แต่กลับถูกแพทย์ซักถามถึงอาการป่วยด้วยโรค SLE โรคไต และเบาหวาน ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยเป็นมาก่อน การสวมสิทธิ์ดังกล่าวเกิดขึ้นยาวนานตั้งแต่ปี 2555 จนถึง 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้เสียหายไปศึกษาต่อต่างประเทศ ทำให้ข้อมูลถูกสวมรอยอย่างแนบเนียน
ผลกระทบที่ตามมาจากการที่ผู้เสียหายร้องสธ.ถูกหมอสวมสิทธิเบิกยารักษาโรค ทำเดือดร้อนหนัก
ปัญหาไม่ได้จบแค่การสวมสิทธิ์ แต่ส่งผลกระทบต่ออนาคตของผู้เสียหายอย่างรุนแรง ดังนี้:
- ขาดโอกาสในการทำงาน: นายจ้างมักปฏิเสธรับเข้าทำงานเพราะประวัติสุขภาพที่ระบุว่าเป็นโรคร้ายแรง
- ทำประกันไม่ได้: การทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพกลายเป็นเรื่องยากเนื่องจากติดประวัติโรคประจำตัวเท็จ
- ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล: ข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต
ในปัจจุบัน แม้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว แต่ความคืบหน้ากลับล่าช้าจนผู้เสียหายต้องเข้ายื่นหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เพราะทางโรงพยาบาลทำได้เพียงซ่อนข้อมูลไว้ในระบบโดยยังไม่สามารถลบออกได้จนกว่าจะมีคำสั่งศาล
เหตุการณ์นี้นับเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับประชาชนทุกคนในการหมั่นตรวจสอบประวัติสุขภาพของตนเองผ่านแอปพลิเคชันหรือระบบของโรงพยาบาล หากพบความผิดปกติควรรีบดำเนินการร้องเรียนทันที เราหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งจัดการเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษและผู้เสียหายได้รับการเยียวยาโดยเร็วที่สุด
ที่มา – ผู้เสียหายร้องสธ.ถูกหมอสวมสิทธิเบิกยารักษาโรค ทำเดือนร้อนหนัก