ฝนตกหนักภาคกลางตอนล่าง-ภาคใต้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ฝนตกหนักภาคกลางตอนล่าง-ภาคใต้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน เป็นประกาศเตือนที่ประชาชนในหลายพื้นที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด โดยกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำได้
สภาพอากาศครั้งนี้เกิดจากมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกัน ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง นอกจากนี้ยังมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ทำให้หลายจังหวัดมีโอกาสฝนตกต่อเนื่อง
ฝนตกหนักภาคกลางตอนล่าง-ภาคใต้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
พื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และบริเวณที่เคยมีน้ำท่วมซ้ำซาก ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะน้ำฝนที่สะสมบนภูเขาอาจไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว แม้บางช่วงฝนจะหยุดตกแล้ว แต่ระดับน้ำในลำคลองและทางระบายน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประชาชนจึงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ล่วงหน้า
พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน
ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ หลายจังหวัดมีฝนตกหนัก และบางจุดอาจมีฝนตกหนักมาก
- ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราชอาจมีฝนตกหนักมาก
- ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: พังงา ภูเก็ต และกระบี่มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนตรังและสตูลอาจมีฝนตกหนักมาก
- ภาคตะวันออก: นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด มีฝนฟ้าคะนอง โดยบริเวณที่มีฝนอาจมีคลื่นสูง
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ ควรเผื่อเวลาเดินทางและระวังน้ำรอการระบาย
คำแนะนำสำหรับประชาชนในช่วงฝนตกหนัก
ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรตรวจสอบความแข็งแรงของบ้านเรือน เก็บสิ่งของสำคัญและเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ในที่สูง รวมถึงทำความสะอาดท่อระบายน้ำบริเวณบ้านเพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขัง หากอยู่ใกล้เชิงเขาหรือทางน้ำไหลผ่าน ควรสังเกตความผิดปกติ เช่น น้ำเปลี่ยนสี มีเศษไม้ไหลมากับน้ำ หรือระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะอาจเป็นสัญญาณของน้ำป่าไหลหลาก
ผู้ใช้รถใช้ถนนควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้า และเว้นระยะห่างจากรถคันอื่น เนื่องจากทัศนวิสัยอาจลดลงและถนนอาจมีน้ำท่วมขัง ไม่ควรขับรถฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวหรือบริเวณที่ไม่สามารถประเมินความลึกได้ ส่วนผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงควรตรวจสอบเส้นทางและสภาพการจราจรก่อนออกจากบ้าน
คลื่นลมทะเลยังต้องเฝ้าระวัง
บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และติดตามประกาศเตือนภัยทางทะเลอย่างสม่ำเสมอ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลควรประเมินสภาพอากาศก่อนนำเรือออกจากฝั่ง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและลูกเรือ
สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ ขณะที่ภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 อุณหภูมิในหลายพื้นที่อยู่ระหว่าง 20-35 องศาเซลเซียส ประชาชนควรเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนเมื่อต้องออกจากบ้าน และระวังฟ้าผ่าในช่วงเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
โดยสรุป ฝนตกหนักภาคกลางตอนล่าง-ภาคใต้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน จึงไม่ควรเป็นเพียงข่าวที่อ่านผ่านตา แต่ควรนำไปใช้วางแผนการเดินทางและเตรียมความพร้อมในชีวิตประจำวัน หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงทันทีเมื่อพบสัญญาณน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยลดความเสียหายและดูแลความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว
ที่มา – กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนัก ‘ภาคกลางตอนล่าง-ภาคใต้’ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน