พงศกร บี้ กทม. พูดความจริงเรื่องอุโมงค์ระบายน้ำ
ประเด็นการบริหารจัดการน้ำท่วมกรุงเทพมหานครกลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังฝนตกหนักและหลายพื้นที่มีน้ำขังต่อเนื่องหลายวัน นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประสิทธิภาพของอุโมงค์ระบายน้ำและประตูระบายน้ำสำคัญ โดยเฉพาะช่วงที่มีข้อมูลว่าระบบบางส่วนทำงานเพียง 30-50% ของศักยภาพที่มีอยู่
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามว่าใครผิด แต่คือการทำให้ประชาชนเข้าใจว่า เหตุใดน้ำจึงยังท่วมขังเป็นเวลานาน ทั้งที่กรุงเทพฯ มีโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่สำหรับเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ หากระบบสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ การลดระยะเวลาน้ำท่วมก็อาจช่วยลดความเสียหายต่อบ้านเรือน การเดินทาง ร้านค้า และเศรษฐกิจในชุมชนได้อย่างมาก
พงศกร บี้ กทม. พูดความจริงเรื่องระบบระบายน้ำ
นายพงศกรระบุว่า ฝนตกหนักในระดับประมาณ 300 มิลลิเมตรอาจเป็นเหตุการณ์ที่เข้าใจได้ว่าสามารถทำให้น้ำท่วมได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการที่น้ำยังคงขังนาน 3-5 วัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีประตูระบายน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ จึงต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนว่าอุปสรรคเกิดจากปริมาณน้ำ คลองรับน้ำไม่ทัน เครื่องสูบน้ำขัดข้อง หรือการบริหารจัดการที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ
พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงเป็นพิเศษคือระบบอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ บึงพระราม 9 คลองตัน และคลองพระโขนง โดยน้ำจะถูกรวบรวมมายังบริเวณบึงพระราม 9 ก่อนเข้าสู่อุโมงค์ขนาดใหญ่และระบายต่อไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นทางดังกล่าวจึงมีความสำคัญต่อการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในและพื้นที่โดยรอบ
พงศกร บี้ กทม. พูดความจริงเรื่องอุโมงค์คลองแสนแสบ
ตามข้อมูลที่มีการนำเสนอ อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบมีศักยภาพสูงสุดประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ถูกใช้งานอยู่ราว 50-60% ทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดจึงไม่สามารถเดินระบบได้เต็มกำลัง นายพงศกรยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเครื่องสูบน้ำที่ทำหน้าที่นำน้ำเข้าสู่อุโมงค์ ซึ่งมีทั้งหมด 4 เครื่อง และแต่ละเครื่องมีศักยภาพประมาณ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ประเด็นที่ประชาชนต้องการคำตอบคือ เครื่องสูบน้ำทุกเครื่องยังใช้งานได้หรือไม่ มีเครื่องใดชำรุดหรืออยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงหรือเปล่า และหากไม่มีเครื่องใดเสีย เหตุใดอุโมงค์จึงทำงานไม่ถึง 100% คำชี้แจงที่ชัดเจนจะช่วยลดความกังวลของประชาชน และทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น
คำถามต่อประตูระบายน้ำพระโขนง
อีกจุดที่ถูกตั้งข้อสังเกตคือบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์ที่เชื่อมต่อมายังคลองพระโขนงและประตูระบายน้ำพระโขนง โดยมีการระบุว่าระบบระบายน้ำบริเวณนี้ทำงานเพียง 30-50% ของศักยภาพที่คาดว่ามีอยู่ประมาณ 173 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากตัวเลขดังกล่าวเป็นจริง ย่อมหมายความว่ายังมีขีดความสามารถจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในช่วงที่ประชาชนกำลังเผชิญน้ำท่วม
นายพงศกรจึงเรียกร้องให้ กทม. ตรวจสอบเครื่องสูบน้ำบริเวณประตูระบายน้ำพระโขนงอย่างละเอียด ทั้งจำนวนเครื่องที่พร้อมใช้งาน สภาพของอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า การบำรุงรักษา และข้อจำกัดในการเดินเครื่อง เพราะแม้มีเครื่องสูบน้ำจำนวนมาก แต่หากบางเครื่องไม่พร้อมใช้งาน หรือระบบไม่สามารถทำงานพร้อมกันได้ ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมลดลง
- ตรวจสอบเครื่องสูบน้ำ: เปิดเผยจำนวนเครื่องที่ใช้งานได้จริงและเครื่องที่อยู่ระหว่างซ่อม
- ชี้แจงตัวเลขการทำงาน: อธิบายเหตุผลที่อุโมงค์และประตูระบายน้ำทำงานไม่เต็มศักยภาพ
- เปิดข้อมูลต่อประชาชน: รายงานสถานการณ์น้ำและความพร้อมของระบบอย่างสม่ำเสมอ
- เตรียมแผนรับมวลน้ำ: เร่งวางแผนก่อนฝนระลอกใหม่และมวลน้ำจำนวนมากจะเข้าสู่กรุงเทพฯ
สาระสำคัญจากข้อเรียกร้องครั้งนี้คือ ประชาชนควรได้รับข้อมูลที่ตรงไปตรงมา หากมีเครื่องสูบน้ำเสียก็ควรแจ้งให้ทราบและเร่งซ่อมแซม หากติดข้อจำกัดด้านกฎหมาย งบประมาณ หรือการประสานงาน ก็ควรเปิดเผยเพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไข การสื่อสารอย่างโปร่งใสย่อมดีกว่าการปล่อยให้ประชาชนคาดเดาสาเหตุของน้ำท่วมด้วยตัวเอง
สำหรับกรุงเทพมหานคร การแก้ปัญหาไม่ควรหยุดอยู่ที่การรับมือหลังน้ำท่วมแล้ว แต่ควรตรวจสอบประสิทธิภาพของอุโมงค์ ประตูระบายน้ำ และเครื่องสูบน้ำอย่างเป็นระบบ รวมถึงซ้อมแผนเดินเครื่องในสถานการณ์ฝนตกหนัก เมื่อประชาชนเห็นข้อมูลจริงและเห็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการน้ำก็จะเพิ่มขึ้น
ท้ายที่สุด ประเด็นที่ พงศกร บี้ กทม. พูดความจริง สะท้อนความคาดหวังพื้นฐานของคนกรุงเทพฯ ทุกคน นั่นคือการมีระบบระบายน้ำที่พร้อมทำงานเมื่อเกิดวิกฤต และมีหน่วยงานที่กล้ายอมรับปัญหาเพื่อแก้ไขอย่างจริงจัง ประชาชนสามารถติดตามคำชี้แจงจาก กทม. และร่วมสะท้อนปัญหาพื้นที่ของตน เพื่อผลักดันให้การป้องกันน้ำท่วมมีประสิทธิภาพมากขึ้นก่อนฝนระลอกต่อไป
ที่มา – ‘พงศกร’ บี้กทม.พูดความจริง หลังอุโมงค์ระบายน้ำ ทำงานแค่ 30-50%