“พชร”วางเป้า 6 เดือน พา”เอ็นที”ก้าวสู่ยุคใหม่
ในยุคที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมแข่งขันดุเดือด “พชร”วางเป้า 6 เดือน พา”เอ็นที”ก้าวสู่ยุคใหม่ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนในวงการให้ความสนใจ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และประธานบอร์ดบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (เอ็นที) ได้ออกนโยบายชัดเจนเพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้คล่องตัวมากขึ้น เนื่องจากเอ็นทีกำลังเผชิญความท้าทายใหญ่หลวง ทั้งรายจ่ายประจำที่สูงเกิน 75% ของงบประมาณ และการแข่งขันกับเอกชนรายใหญ่ที่รวดเร็วและยืดหยุ่นกว่า
“พชร”วางเป้า 6 เดือน พา”เอ็นที”ก้าวสู่ยุคใหม่
เป้าหมายหลักคือการลดขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดในปีนี้ โดยเริ่มจากโครงการเกษียณก่อนกำหนด (เออร์ลี่ รีไทร์) รอบที่ 3 เพื่อลดขนาดองค์กรให้เล็กลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับลดระดับผู้บริหารและยุบรวมฝ่ายงานที่ซ้ำซ้อน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ทำให้เอ็นทีสามารถตอบสนองต่อตลาดได้ทันท่วงที
แนวทางปรับโครงสร้างองค์กรเอ็นที
- โครงการเกษียณก่อนกำหนดรอบ 3: ช่วยลดบุคลากรส่วนเกิน ลดภาระค่าใช้จ่าย
- ปรับโครงสร้างผู้บริหาร: ลดชั้น指揮 ลดความซับซ้อน
- ยุบรวมฝ่ายซ้ำซ้อน: เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนซ้ำซ้อน
นอกจากนี้ ยังมีแผนก้าวล้ำไปข้างหน้าด้วยการตั้งบริษัทลูกสำหรับธุรกิจใหม่ โดยมุ่งเน้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ ซึ่งเป็นเทรนด์ร้อนของยุคดิจิทัล เอ็นทีจะหาพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำเข้ามาร่วมทุน โดยเลียนแบบโมเดลบริษัทลูกของ ปตท. ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้บริษัทลูกสามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ง่ายขึ้นในอนาคต สิ่งนี้จะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ใหม่ให้กับเอ็นที
แก้ปัญหาดาวเทียมและกิจการอวกาศ
ในส่วนของกิจการอวกาศ กระทรวงดีอีจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไทยคมและเอ็นทีมาหารือเรื่องดาวเทียมไทยคม 4 และ 6 ที่หมดอายุการใช้งานทางวิศวกรรมและการรับประกันจากผู้ผลิตมาแล้ว 2-3 ปี ทำให้มีความเสี่ยงสูงหากเกิดปัญหาทางเทคนิค โดยยังไม่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน ปัจจุบันกำลังวางแนวทางรับมือเพื่อป้องกันความเสียหาย
สำหรับดาวเทียมดวงใหม่ของไทยคม อาจล่าช้ากว่ากำหนดเดิม 6 เดือน จากกลางปีนี้ไปเป็นปลายปี เนื่องจากกระบวนการผลิตไม่ทัน นอกจากนี้ คดีพิพาทระหว่างรัฐกับคู่สัญญาเดิมเรื่องการจ้างบริหารดาวเทียมช่วงหมดสัมปทาน กำลังไกล่เกลี่ยในศาล คาดว่าจะปรับลดหนี้จากกว่า 600 ล้านบาท เหลือประมาณครึ่งหนึ่งตามค่าใช้จ่ายจริง
นายพชร ย้ำชัดว่าภายใน 6 เดือน จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของเอ็นทีอย่างแน่นอน ทั้งในแง่โครงสร้างและผลประกอบการ
การสรรหาผู้บริหารคนใหม่
อีกประเด็นสำคัญคือการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ หลังจากพันเอกสรรพชัย หุวะนันทน์ หมดวาระในเดือนกรกฎาคมนี้ บอร์ดเอ็นทีจะตั้งคณะกรรมการสรรหาในเดือนเมษายน โดยกำหนดคุณสมบัติที่เหมาะสม เพื่อได้บุคคลที่มีวิสัยทัศน์ พาองค์กรกลับสู่กำไรอย่างยั่งยืน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ “พชร”วางเป้า 6 เดือน พา”เอ็นที”ก้าวสู่ยุคใหม่ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้ทันสมัย สอดคล้องกับยุคดิจิทัลและ 5G หากทำสำเร็จ จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้องค์กรอื่นๆ ตามรอย
ติดตามความคืบหน้าของเอ็นทีได้ที่นี่ และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ว่าคุณมองอนาคตของเอ็นทีอย่างไร การปรับโครงสร้างนี้จะช่วยให้เอ็นทีแข็งแกร่งขึ้นจริงหรือไม่?