พรรคส้มดักทางเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์
ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย โครงการใหญ่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ เมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ มูลค่า 1 ล้านล้านบาท แต่ทว่าพรรคประชาชน หรือที่รู้จักในนาม “พรรคส้ม” ไม่ยอมให้เดินหน้าแบบง่ายๆ ล่าสุด พรรคส้มออกมา ดักทางรัฐบาลดัน ‘เมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์’ โดยเรียกร้องให้มีการประเมินผลกระทบรอบด้านอย่างตรงไปตรงมา ก่อนตัดสินใจลงทุนมหาศาลนี้
เมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์
เมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ คือโครงการยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลวางแผนเชื่อมโยงทะเลอันดามันกับอ่าวไทยผ่านภาคใต้ของประเทศไทย โดยมีท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ที่ชุมพรและสงขลา รถไฟความเร็วสูง ทางหลวงพิเศษ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เพื่อให้เรือสินค้าสามารถลัดผ่านทางบก แทนการลอยเรือรอบแหลมมาลายู ซึ่งจะช่วยลดเวลาเดินทางลงเหลือเพียง 1 วัน จากเดิม 5-7 วัน รัฐบาลมองว่านี่คือกุญแจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งของอาเซียน โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้
ประโยชน์ที่คาดหวังจากเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์
- กระตุ้นการลงทุนในภาคใต้ สร้างงานนับหมื่นตำแหน่ง
- เพิ่ม GDP ไทยปีละหลายแสนล้านบาท จากการค้าขายและโลจิสติกส์
- ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า
- ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจีนและกลุ่มทุนใหญ่
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่โครงการขนาดนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยงสูง หากไม่มีการศึกษาอย่างรอบคอบ
พรรคส้ม จี้รัฐบาลประเมินผลกระทบเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 ถึงกรณีนี้ โดยกล่าวว่า ในแผน “ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย” ของรองนายกฯ พิพัฒน์ มี Skill Bridge ยกระดับทักษะแรงงาน แต่ดูเหมือน เมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ จะมาแรงแซงทุกอย่าง ด้วยแรงหนุนจากแม่ทัพภาคใต้ อย่างไรก็ตาม พรรคส้มหวังว่ารัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมพิจารณาความคุ้มค่าของโครงการนี้ ด้วยเหตุผลที่ชัดเจน ไม่ใช่การเมืองท้องถิ่นหรือผลประโยชน์อุปถัมภ์
ขณะที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์แชร์ข่าวพร้อมข้อความเด็ดว่า “ถ้ายืนยันเดินหน้าทั้งที่ยังตอบคำถามเรื่องความคุ้มค่าและนักลงทุนไม่ได้ ท่านพิพัฒน์ดันทุรังจนน่าสงสัย ประเทศไทยไม่ใช่สมบัติส่วนตัวนะคะ”
ผลกระทบที่ต้องประเมินก่อนเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์
- สิ่งแวดล้อม: การก่อสร้างท่าเรือและรถไฟอาจทำลายระบบนิเวศทะเล ป่าชายเลน และสัตว์ป่าในภาคใต้
- เศรษฐกิจ: คุ้มทุนจริงหรือ? ต้องคำนวณ ROI ชัดเจน โดยนักลงทุนยังไม่ชัดเจน
- สังคม: การย้ายถิ่น ชุมชนท้องถิ่นถูกกระทบ เกิดความเหลื่อมล้ำ
- การเมือง: หลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน การใช้อำนาจในพื้นที่
- ความมั่นคง: โครงการใหญ่เชื่อมทะเลสองฝั่ง ต้องพิจารณาความเสี่ยงด้านความมั่นคง
โครงการ เมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ ถือเป็นดาบสองคม หากทำสำเร็จจะเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศ แต่หากล้มเหลวอาจกลายเป็นหนี้สินมหาศาลให้ลูกหลานแบก พรรคส้มทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ดีในการเตือนสติ เรียกร้องความโปร่งใส
ในมุมมองของผู้เขียน โครงการใหญ่นี้สมควรได้รับการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แบบครบถ้วน และเปิดประชาคมรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่รีบร้อนดันเพราะแรงกดดันทางการเมือง สุดท้ายแล้ว ประชาชนคือเจ้าของประเทศ ควรมีส่วนร่วมตัดสินใจ
คุณคิดอย่างไรกับเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์? รัฐบาลควรเดินหน้าหรือหยุดประเมินใหม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงที่กว้างขวางยิ่งขึ้น!
ที่มา – ‘พรรคส้ม’ ดักทางรัฐบาลดัน ‘เมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์’ จี้ประเมินผลกระทบรอบด้านตรงไปตรงมา