พ่อยูเว่ขอแยกแยะ ปมบุกชักปืนขู่ถึงร้าน

พ่อยูเว่ขอแยกแยะ หลังเกิดเหตุชาย 2 คนบุกเข้าไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา พร้อมแสดงพฤติกรรมข่มขู่และชักอาวุธปืนขึ้นลำกล้อง เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับเจ้าของร้าน พนักงาน และลูกค้าภายในร้านเป็นอย่างมาก โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่าต้องการพบคนในครอบครัวของนายปริวัตร์ หรือ ยูเว่ ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนยิงสารวัตรทหารเสียชีวิต

พ่อยูเว่ขอแยกแยะ หลังครอบครัวถูกคุกคาม

เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ชายสูงอายุและชายวัยกลางคนซึ่งเป็นพ่อลูกกัน เดินทางมายังร้านอาหารและสอบถามหานายปิ๊ก เจ้าของร้าน รวมถึงนายยูฟ่า ลูกชายวัย 15 ปี เมื่อไม่ได้รับคำตอบตามที่ต้องการ ชายสูงอายุมีอาการมึนเมาและพูดจาอ้างตัวว่าเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด ก่อนจะนำอาวุธปืนออกมาและขึ้นลำกล้องภายในร้าน

พนักงานหญิงวัย 18 ปี เล่าว่า เธอรู้สึกตกใจและหวาดกลัวอย่างมาก จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ขณะเดียวกัน นายยูฟ่า ซึ่งทำหน้าที่แคชเชียร์ พยายามป้องกันตัวเองด้วยการล็อกประตูร้านและแจ้งแม่กับพ่อที่อยู่ด้านหลังร้านให้ทราบ ก่อนจะหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุเมื่อชายกลุ่มดังกล่าวพยายามหาทางเข้าทางห้องครัว

พ่อยูเว่ขอแยกแยะ ลูกชายคนอื่นไม่เกี่ยวข้อง

นายปิ๊ก เจ้าของร้านและบิดาของยูเว่ เปิดเผยว่า ลูกชายที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดียิงสารวัตรทหารยอมรับผิดและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ โดยครอบครัวไม่ได้ยื่นประกันตัวและพร้อมให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม นายปิ๊กขอให้สังคมแยกแยะระหว่างผู้ต้องหากับสมาชิกคนอื่นในครอบครัว โดยเฉพาะนายยูฟ่า ลูกชายวัย 15 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุยิงสารวัตรทหาร เหตุการณ์ที่มีผู้ถืออาวุธปืนเข้ามาข่มขู่ถึงร้านทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก จนไม่กล้าไปโรงเรียนในช่วงใกล้เปิดภาคเรียน

  • ยูเว่เป็นผู้ต้องหาในคดียิงสารวัตรทหาร และอยู่ในกระบวนการยุติธรรม
  • นายยูฟ่าและลูกคนอื่นในครอบครัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
  • ครอบครัวขอให้ยุติการคุกคามและไม่สร้างความหวาดกลัวซ้ำ
  • ตำรวจเข้าระงับเหตุและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวน

ตำรวจตรวจสอบผู้ก่อเหตุและยึดปืน

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงหน้าร้าน ชายทั้งสองยังคงมีท่าทีอวดอ้างยศและพยายามจะเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ เมื่อตำรวจขอตรวจสอบใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน ชายวัยกลางคนไม่สามารถนำมาแสดงได้ และระบุว่าปืนเป็นของผู้เป็นพ่อ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งคู่ไปสอบสวนที่ สภ.เมืองสงขลา

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ทั้งสองคนไม่ได้เป็นตำรวจตามที่กล่าวอ้าง โดยชายวัยกลางคนเป็นทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนผู้เป็นพ่อเป็นประชาชนทั่วไป ตำรวจตรวจยึดอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติยี่ห้อ GLOCK 19 ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ซองกระสุน 1 อัน และเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 14 นัด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข้อคิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างบุคคลไม่ควรถูกนำไปขยายผลจนกระทบสมาชิกครอบครัวหรือผู้บริสุทธิ์ การใช้อาวุธปืนข่มขู่ในสถานที่สาธารณะไม่เพียงสร้างความหวาดกลัว แต่ยังอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่รุนแรงกว่าเดิม ทุกฝ่ายควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และหลีกเลี่ยงการตัดสินหรือเหมารวมบุคคลจากความเกี่ยวข้องทางครอบครัว

กรณีนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า สังคมควรตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และร่วมกันเคารพสิทธิของผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดี เพื่อไม่ให้การคุกคามเกิดขึ้นซ้ำอีก หากพบเหตุเสี่ยงหรือมีผู้พกพาอาวุธ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีและไม่เข้าไปเผชิญหน้าด้วยตัวเอง

ติดตามข้อมูลอย่างมีสติ แยกแยะผู้เกี่ยวข้อง และปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

ที่มา – วอนแยกแยะ! พ่อ ‘ยูเว่’ มือยิงสารวัตรทหารผวาหนัก ถูกทหารชายแดนใต้บุกชักปืนขู่ถึงร้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *