ภราดร ขอ ปชน. อย่าหวาดระแวง กินรวบ สว.เลือก ส.ส.ร.
เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 11.10 น. ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ ส.ส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยพรรคภูมิใจไทยได้จัดทำร่างเพิ่มเติมในหมวด 15/1 พร้อมได้รับการลงชื่อสนับสนุนจากสมาชิกพรรคจนใกล้ครบแล้ว โดยต้องการรวบรวมรายชื่อเพิ่มเติมจากการประชุมพรรคในวันดังกล่าว แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องมีเสียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส. ทั้งหมด และขณะนี้พรรคภูมิใจไทยมีแค่ 69 เสียง จึงยังไม่เพียงพอ จึงต้องขอความร่วมมือจากพรรคฝ่ายรัฐบาลอื่นเพิ่มเติม
ภราดร ขอ ปชน. อย่าหวาดระแวง กินรวบ สว.เลือก ส.ส.ร.
เบื้องต้นได้มีการหารือกับ ส.ส. ของพรรคฝ่ายรัฐบาลในนอกรอบ และคาดว่าในช่วงบ่ายของวันที่ 23 ก.ย. จะได้รายชื่ออย่างครบถ้วน พร้อมทั้งเตรียมยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 24 กันยายนนี้ เพื่อนำมาพิจารณาบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป
ระบบร่าง ส.ส.ร. แบบใหม่ แบ่ง 2 ส่วน
ร่างรัฐธรรมนูญที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ ได้แก้ไขระบบการสรรหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.ร.) โดยถอดแบบจากร่างเดิมที่เคยเสนอ แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีการปรับปรุงโดยแบ่งกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐ (ส.ส.ร.) เป็น 2 ส่วน ได้แก่
- ส่วนที่ 1: จำนวน 77 คน จังหวัดละ 1 คน ผู้สมัครต้องลงสมัครผ่านจังหวัด และให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือเพียง 1 คนต่อจังหวัด
- ส่วนที่ 2: จำนวน 22 คน มาจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ซึ่งแบ่งเป็น นักนิติศาสตร์ 7 คน นักรัฐศาสตร์ 7 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ 8 คน โดยรัฐสภาเป็นผู้คัดเลือกในขั้นสุดท้าย
เมื่อรวมทั้ง 2 ส่วนแล้ว คณะกรรมการจะมีจำนวนทั้งสิ้น 99 คน
เมื่อถามถึงความร่วมมือกับพรรคประชาชน เกี่ยวกับแนวทางระบบร่าง ส.ส.ร. นายภราดร เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยหารือมายาวนาน ทั้งกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และคณะทำงานอื่นๆ เช่น นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล น.ส.แนน บุญย์ธิดาสมชัย และตัวเขาเอง พร้อมทั้งมีการหารือกับนายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล จากพรรคประชาชน เพื่อหาแนวทางร่วมกัน และไม่ให้เกิดการตีความที่ผิดพลาด หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกไปแล้ว
“วันนี้อย่าหวาดระแวงกันเกินไปหนัก เพราะหากมัวแต่ระแวงจะกลับกลายเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายร่วม คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในเวลาจำกัดที่เหลืออยู่แค่ 4 เดือนเท่านั้น” นายภราดร กล่าว
ตอบข้อกังวลเรื่อง ‘กินรวบ’ ในการเลือก ส.ส.ร.
เมื่อถูกถามว่ารูปแบบการให้รัฐสภาเลือก ส.ส.ร. อาจนำไปสู่การ “กินรวบ” หรือไม่ นายภราดร ชี้แจงว่า พลพรรคภูมิใจไทยมีเสียงเพียง 70 เสียง ขณะที่พรรคประชาชนมี 140 กว่าเสียง และพรรคเพื่อไทยก็มีจำนวนใกล้เคียงกัน ดังนั้นจึงไม่สามารถ “กินรวบ” ได้
“ให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกก็เท่ากับให้ทุกพรรคในสภาเป็นผู้ชี้ชะตา หากรู้สึกกังวลว่าจะมีพรรคใดพรรคหนึ่งมีอิทธิพลมากเกินไป ทางออกคือต้องมีการพูดคุยเจรจาร่วมกันอย่างจริงใจ เพราะสำคัญที่สุดคือความร่วมมือของทุกพรรค”
สำหรับคำถามว่าจะใช้ระบบแบ่งโควต้าตามสัดส่วนพรรคแทนไม่ได้หรือ นายภราดร ชี้ว่า การทำเช่นนั้นก็อาจถูกตีความว่า “กินรวบ” เช่นเดียวกัน โดยในคณะกรรมการชุดอื่น เช่น กกต. หรือกรรมาธิการ ก็มีการแบ่งโควต้าตามสัดส่วนจำนวนเสียงในสภา
“สุดท้ายแล้วพูดง่าย ๆ คือทุกพรรคมีเป้าหมายเดียวกันคือการแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ แม้บางจุดอาจมีมุมมองต่างกัน แต่ต้องเดินไปทางเดียวกันโดยไม่ให้กระบวนการสะดุดหรือหยุดชะงัก”
การเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญในช่วงเวลาที่จำกัดนี้ เป็นเรื่องท้าทาย แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ หากทุกพรรคสามารถวางใจว่ามีเป้าหมายร่วมเดียวกัน ย่อมสามารถร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการมีส่วนร่วมได้มากขึ้น ทั้งในเรื่องนโยบายและกระบวนการทางการเมือง
ที่มา – ‘ภราดร’ ขอ ‘ปชน.‘อย่าหวาดระแวงห่วง กินรวบ ‘สว.’เลือก ‘ส.ส.ร.’