ภัณฑิลซัด กกต. ไร้ความน่าเชื่อถือ จี้ส่งศาลฟันคดีฮั้ว สว.
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสภาฯ อีกครั้ง เมื่อนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในคดีฮั้ว สว. ที่สังคมกำลังเฝ้าจับตาดูอยู่อย่างใกล้ชิด โดยนายภัณฑิลมองว่าสถานะความน่าเชื่อถือของ กกต. ในปัจจุบันนั้นอยู่ในขั้นวิกฤต และจำเป็นต้องเร่งพิสูจน์ตัวเองด้วยการส่งสำนวนให้ศาลฎีกาตัดสินโดยเร็วที่สุด
ภัณฑิลซัด กกต. ไร้ความน่าเชื่อถือ จี้ส่งศาลฟันคดีฮั้ว สว.
การแถลงข่าวครั้งนี้ นายภัณฑิลได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของ กกต. ในการจัดการคดีฮั้ว สว. หลังจากพบความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการสรรหาพยานและการพิจารณาสอบสวน ซึ่งสร้างความคลางแคลงใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก นายภัณฑิลย้ำว่า กกต. ไม่ใช่ศาล จึงไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยตัดสินเอง แต่ควรส่งเรื่องให้ศาลฎีกาทำหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรม หากมีหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น
เปิดปมร้อน: ทำไม กกต. ถึงถูกตั้งคำถาม?
นอกจากประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือแล้ว นายภัณฑิลยังได้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเลือกใช้พยานในคดี ซึ่งทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงวาระซ่อนเร้นหรือความลำเอียงในการทำงาน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ความคลุมเครือในการส่งสำนวนคดีหมื่นหน้าให้ศาลฎีกา
- การดึงตัวบุคคลที่มีประวัติไม่โปร่งใสมาเป็นพยานในคดีสำคัญ
- ความล้าช้าในการดำเนินงานที่สวนทางกับหลักฐานมัดตัวที่ฝ่ายค้านนำเสนอ
หาก กกต. เลือกที่จะส่งสำนวนเพียงบางส่วน หรือพยายามปกป้องผู้กระทำผิดรายใดรายหนึ่ง นายภัณฑิลยืนยันว่าทางพรรคประชาชนและกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างไม่ลดละ โดยเตรียมนำมาตรการทางกฎหมายมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดีตามมาตรา 157 เพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ในฐานะประชาชนที่ติดตามข่าวสาร การเรียกร้องความโปร่งใสในคดีฮั้ว สว. ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะนี่คือการกำหนดชะตากรรมของสภาสูงที่ควรจะเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง การทำงานที่ล่าช้าหรือไร้ความโปร่งใสขององค์กรอิสระย่อมบั่นทอนความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย สุดท้ายแล้ว กกต. จะตอบคำถามสังคมอย่างไร และจะกล้าส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องร่วมกันจับตาดูต่อไปอย่างไม่กะพริบตา