ภัยสงคราม ส่งออกข้าวไทยไปตะวันออกกลางสะดุด
สถานการณ์ภัยสงคราม ส่งออกข้าวไทยไปตะวันออกกลางสะดุด 4 เดือนออร์เดอร์หายวับ 2 แสนตันกำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการเกษตรและการค้าของไทย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของชาวนาและผู้ประกอบการส่งออกข้าว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศเรา วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และจะมีผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ภัยสงคราม ส่งออกข้าวไทยไปตะวันออกกลางสะดุด 4 เดือนออร์เดอร์หายวับ 2 แสนตัน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกข้าวไทยทำได้เพียง 2.2 ล้านตัน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้อย่างเห็นได้ชัด หากสถานการณ์ยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปทั้งปี เราอาจทำได้แค่ 6.6 ล้านตัน เทียบกับเป้า 7 ล้านตัน สาเหตุหลักมาจากภัยสงคราม ส่งออกข้าวไทยไปตะวันออกกลางสะดุด โดยเฉพาะตลาดอิรักที่ปกติเป็นตลาดใหญ่สุดของเรา
ปกติแล้ว ไทยส่งออกข้าวไปอิรักเฉลี่ยเดือนละ 80,000-90,000 ตัน หรือปีละ 1 ล้านตัน แต่หลังจากเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การส่งออกหยุดชะงักสนิท 3 เดือนเต็มๆ มีเรือบรรทุกข้าวลำหนึ่งที่กำลังขนสินค้าขึ้นเรือ แต่ต้องยกกลับฝั่งเพราะเรือออกไม่ได้ ส่งผลให้ออร์เดอร์หายวับไปกว่า 200,000 ตันในช่วงเวลานั้น
ผลกระทบจากภัยสงครามต่อตลาดส่งออกข้าวไทย
ไม่ใช่แค่อิรักเท่านั้น แต่ตลาดตะวันออกกลางทั้งหมดได้รับผลกระทบหนักจากสงคราม ทำให้ผู้ซื้อชะลอการสั่งซื้อ สถานการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ยอดส่งออกตก แต่ยังกดดันราคาข้าวในประเทศด้วย ชาวนาไทยที่เคยพึ่งพาตลาดนี้ต้องหันไปขายในประเทศหรือตลาดอื่น ซึ่งอาจทำให้ราคาข้าวตกต่ำ
- สูญเสียรายได้: 200,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท
- กระทบห่วงโซ่อุปทาน: โรงสีและผู้ส่งออกขาดทุนจากสินค้าค้างสต็อก
- ความไม่แน่นอน: ผู้ประกอบการไม่กล้าลงทุนเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม ยังมีแสงสว่างจากตลาดเอเชีย โดยเฉพาะมาเลเซียและฟิลิปปินส์ มาเลเซียเพิ่มสต็อกข้าวสำรองจาก 3 เดือนเป็น 9 เดือน ทำให้สั่งซื้อข้าวไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก ฟิลิปปินส์เองก็มีความต้องการสูงเช่นกัน ปัจจัยเหล่านี้ช่วยพยุงยอดส่งออกไม่ให้ทรุดหนักเกินไป
ความท้าทายอื่นๆ จากต้นทุนที่พุ่งสูง
นอกจากปัญหาสงครามแล้ว การส่งออกข้าวไทยยังเจอแรงกดดันจากต้นทุนโลจิสติกส์ ค่าระวางเรือและค่าประกันภัยที่ปรับขึ้น 20% จากราคาน้ำมันโลกที่แพงขึ้น ผู้ส่งออกต้องแบกรับภาระนี้ ส่งผลให้ข้าวไทยแข่งขันในตลาดโลกได้ยากขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเวียดนามหรืออินเดีย
ด้านการค้าต่างประเทศ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุถึงความคืบหน้าข้าว G2G ไทย-จีน ล็อตแรก 40,000 ตันส่งมอบแล้ว ล็อตสองอีก 50,000-60,000 ตันกำลังเจรจา แม้จะต้องรอ ครม. และ นบข. ชุดใหม่เห็นชอบ แต่คาดว่าจะเดินหน้าต่อเนื่อง MOU ปัจจุบัน 280,000 ตัน และเตรียมเสนอเพิ่ม 220,000 ตัน เป็น 500,000 ตันตามแผน
สรุปแล้ว แม้ภัยสงคราม ส่งออกข้าวไทยไปตะวันออกกลางสะดุด 4 เดือนออร์เดอร์หายวับ 2 แสนตันจะเป็นอุปสรรคใหญ่ แต่ตลาดเอเชียและ G2G จีนยังเป็นตัวช่วยสำคัญ ในอนาคต ผู้ประกอบการควรกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ๆ เช่น แอฟริกาหรือยุโรป เพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมือง
มุมมองของเรา: สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนให้ไทยต้องเร่งพัฒนาข้าวคุณภาพสูง เช่น ข้าวหอมมะลิออร์แกนิก เพื่อแข่งขันในตลาดพรีเมียม ลองติดตามข่าวอัปเดตการส่งออกข้าวไทย และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราได้เลยวันนี้!
ที่มา – ภัยสงคราม ส่งออกข้าวไทยไปตะวันออกกลางสะดุด 4 เดือนออร์เดอร์หายวับ 2 แสนตัน