ภาคใต้ฝนถล่ม 70% เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ภาคใต้ฝนถล่ม 70% เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศพยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่าพื้นที่ภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ ประชาชนควรติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ลาดเชิงเขา และบริเวณใกล้ทางน้ำ
สถานการณ์ ภาคใต้ฝนถล่ม 70% เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน เกิดขึ้นจากร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมหลายพื้นที่ ทำให้มีโอกาสเกิดฝนตกสะสมต่อเนื่อง หากฝนตกหนักเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มได้
ภาคใต้ฝนถล่ม 70% เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ใด
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าภาคใต้ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับฝั่งตะวันออก ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ส่วนฝั่งตะวันตก ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
พื้นที่ดังกล่าวควรเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ใกล้ลำคลอง น้ำตก เชิงเขา และพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ หากพบว่าน้ำเริ่มไหลแรง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นรวดเร็ว หรือมีเสียงดินและหินเคลื่อนตัว ควรรีบออกจากพื้นที่ไปยังจุดปลอดภัยทันที ไม่ควรรอให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น
ภาคใต้ฝนถล่ม 70% กระทบการเดินทางและการใช้ชีวิต
ฝนที่ตกต่อเนื่องอาจทำให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขัง ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลง และเกิดปัญหาการจราจรติดขัด ผู้ใช้รถควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้า และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า หากพบเส้นทางที่มีน้ำไหลผ่านหรือมีป้ายเตือนอันตราย ควรหลีกเลี่ยงและเลือกใช้เส้นทางอื่นเพื่อความปลอดภัย
ประชาชนควรเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ล่วงหน้า เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาประจำตัว ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง และเอกสารสำคัญใส่ถุงกันน้ำ นอกจากนี้ควรชาร์จโทรศัพท์ให้พร้อม ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการ และตรวจสอบเส้นทางอพยพของชุมชน หากมีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ป่วยติดเตียงในบ้าน ควรวางแผนช่วยเหลือเป็นลำดับแรก
สภาพอากาศภาคอื่นของประเทศไทย
ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ โดยเฉพาะพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และพิจิตร อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 34-36 องศาเซลเซียส ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงในนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยเฉพาะนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ รวมถึงอาจมีลมกระโชกแรงบางช่วง
เตือนชาวเรือรับมือคลื่นสูงในบริเวณฝนฟ้าคะนอง
บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่ในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากฝั่ง เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอย่างเด็ดขาด เรือขนาดเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงที่สภาพอากาศไม่ปลอดภัย
- ติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
- หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และเส้นทางเชิงเขา
- เก็บของมีค่าและเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ในที่สูง พร้อมตัดกระแสไฟฟ้าหากมีน้ำเข้าบ้าน
- เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินและวางแผนอพยพร่วมกับสมาชิกในครอบครัว
- หากพบเหตุฉุกเฉิน ให้แจ้งหน่วยงานท้องถิ่นหรือสายด่วนที่เกี่ยวข้องทันที
แม้การพยากรณ์อากาศจะครอบคลุมช่วงเวลา 24 ชั่วโมง แต่สภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเตรียมตัวล่วงหน้าและไม่ประมาทจึงเป็นวิธีลดความเสี่ยงที่ดีที่สุด หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข้อมูลจากทางการอย่างใกล้ชิด และให้ความปลอดภัยของคนในครอบครัวมาก่อนการเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้งเสมอ
ที่มา – อุตุฯ ชี้ภาคใต้ฝนถล่ม 70% เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก ไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง