‘ภูมิธรรม’ นำถกครม. รัฐมนตรีลาประชุม ‘อิ๊งค์’ ลาด้วย
‘ภูมิธรรม’ นำถกครม. รัฐมนตรีลาประชุม ‘อิ๊งค์’ ลาด้วย
เมื่อเช้าวันที่ 5 สิงหาคม เวลาประมาณ 10:00 น. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ได้มีการจัดการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
บรรยากาศการประชุมครม. เมื่อวันที่ 5 ส.ค.
ในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากการประชุมที่ดำเนินไปอย่างเรียบร้อยแล้ว ยังมีประเด็นน่าสนใจคือ รัฐมนตรีจำนวน 2 ท่านที่แจ้งลาการประชุม ได้แก่ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ‘อิ๊งค์’ และนายอรรถกร ศิริลัทธิยากร ที่รับหน้าที่ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สำหรับท่านนายอรรถกรนั้น มีภารกิจสำคัญในการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นประเด็นที่ทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงฤดูฝนนี้
การประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ของสมาชิกครม.
นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีอีก 2 ท่านที่เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งช่วยให้สามารถปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ได้พร้อมกับการประชุม ได้แก่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม และนายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์
พล.อ.ณัฐพล ได้เดินทางมายังจังหวัดนครนายก เพื่อร่วมงานวันสถาปนาโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าครบรอบ 138 ปี ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พบปะศิษย์เก่ารุ่นที่ 31 อีกครั้ง
การประชุมผ่านเทคโนโลยีเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการนำนวัตกรรมด้านดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในบริหารราชการอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางที่ทันสมัย และยืดหยุ่น
บทบาทสำคัญของ ‘ภูมิธรรม’ ในครม.
นับเป็นโอกาสดีสำหรับพล.อ.ณัฐพล ที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการหารือผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ภายใต้การนำของ ‘ภูมิธรรม’ นำถกครม. ที่ยังคงรักษามาตรฐานของงานอย่างดีเยี่ยมในทุกประเด็นที่ได้นำเสนอ
โพลิติกแบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่น แต่ยังคงประสิทธิภาพของรัฐบาลในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะเมื่อต้องเคยว่างงานเพื่อปฏิบัติภารกิจที่ภายนอก แต่ยังคงเข้าร่วมประชุมได้ผ่านเทคโนโลยี
สรุป: การประชุมครม. ที่สมดุลระหว่างภารกิจและความรับผิดชอบ
แม้ว่ามีรัฐมนตรีบางท่านต้องลาหรือใช้ระบบวิดีโอในการเข้าร่วม แต่บรรยากาศการประชุมโดยรวมยังคงดำเนินไปอย่างเป็นไปตามแผน โดย ‘ภูมิธรรม’ เป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนอย่างมั่นคง
อีกทั้งนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญ ช่วยให้การบริหารราชการไม่หยุดชะงัก แม้ในสถานการณ์ที่มีการจำกัดด้านสถานที่หรือเวลา
นับเป็นบทสะท้อนของความเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่งความสะดวกและประสิทธิภาพในรูปแบบใหม่ โดยยังคงไว้ซึ่งหลักการบริหารอย่างเข้มแข็ง