ภูมิธรรม เผย ยังไม่คุยกับนายกฯอิ๊งค์ หลังรับการไต่สวนปมคลิปเสียง ส่วนทักษิณศาลยกฟ้องถือเป็นข้อยุติ
เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 22 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการไต่สวนปมคดีคลิปเสียงที่พรีเมียร์แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยระบุว่า ตนเองยังไม่ได้มีโอกาสคุยกับน.ส.แพทองธาร เลย เนื่องจากภารกิจในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมายุ่งยาก และเช้าวันดังกล่าวจึงตื่นสาย ร่วมกับภารกิจสำคัญอื่นๆ ที่ต้องรับผิดชอบตลอดทั้งสัปดาห์
ภูมิธรรม เผย ยังไม่คุยกับนายกฯอิ๊งค์ หลังรับการไต่สวนปมคลิปเสียง ส่วนทักษิณศาลยกฟ้องถือเป็นข้อยุติ
นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงผลของการพิพากษาคดีที่ศาลอาญาไทยพิจารณายกฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในข้อหาดูหมิ่นสถาบันฯ ตามมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ปี 2560 นายภูมิธรรมได้กล่าวว่า ตนเองเพิ่งทราบข่าวว่ากรณีดังกล่าวได้มีการพิพากษาให้ศาลยกฟ้อง ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นที่จบและไม่มีข้อมูลที่เป็นรูปธรรมในการพิจารณาใดๆ ต่อไป จึงไม่ควรถูกลากไปเชื่อมโยงกับคนอื่นหรือเรื่องอื่น เพราะอาจส่งผลให้เกิดการละเมิดอำนาจศาลได้
ศาลยกฟ้องคดีทักษิณถือเป็นข้อยุติ
ทั้งนี้ นายภูมิธรรม ยืนยันว่ากรณีที่ศาลยกฟ้องนั้น ไม่มีการเมืองใดๆ มาเกี่ยวข้อง แต่เป็นเพียงการใช้ดุลยุติในการพิจารณาคดีตามมาตรฐานกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งถือว่าการตัดสินดังกล่าวเป็นข้อยุติและเสร็จสิ้น
เมื่อถูกถามเพิ่มเติมว่า คำตัดสินนี้อาจมีผลต่อขวัญกำลังใจของสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายภูมิธรรมได้ระบุชัดเจนว่า ทุกคนในพรรคเพื่อไทยมีขวัญกำลังใจดีมาตลอด เพราะมั่นใจว่าตนไม่ได้ก่อให้เกิดสิ่งผิดกฎหมาย ทุกขั้นตอนล้วนดำเนินการอย่างโปร่งใสตามกติกาที่กฎหมายกำหนดไว้
- ความมั่นคงในการบริหาร – รัฐบาลมีความมั่นใจในกระบวนการบริหารบ้านเมือง
- ใช้ดุลยุติในการพิจารณา – ศาลใช้ดุลพินิจในการตัดสินตามกฎหมาย
- ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง – คดีไม่ควรถูกใช้เพื่อเจตนารมณ์ทางการเมือง
สุดท้าย เมื่อถูกถามว่ารัฐบาลมีความมั่นใจในการบริหารบ้านเมืองจนครบวาระหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า รัฐบาลมีความบริสุทธิ์ใจอย่างเต็มที่ เพราะพร้อมยืนหยัดในการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาคดีความใดๆ ก็จะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายอย่างครบถ้วน ด้วยความเชื่อมั่นว่าศาลจะใช้ดุลยุติพิจารณาอย่างเหมาะสมที่สุด
ทั้งนี้ สิ่งที่เราควรได้รับรู้จากกรณีที่ผ่านมา คือความสำคัญของความโปร่งใสและการศึกษาข้อเท็จจริงก่อนตัดสิน ก่อนที่จะสรุปหรือเชื่อมโยงประเด็นใดๆ โดยไม่มีมูลความจริงที่ชัดเจน เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และอาจเสียหายต่อความยุติธรรมในสังคมไทย
ตามติดข่าวสารและเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวงการการเมืองอย่างตรงเวลาและแม่นยำได้ที่นี่