มช. จับมือ IBM ขับเคลื่อนนวัตกรรม AI แห่งอนาคต

ไอบีเอ็มได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เพื่อเข้าร่วมศูนย์วิจัยและนวัตกรรมไอบีเอ็ม–มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (IBM–NUS Research and Innovation Centre) โดย มช. มีแผนที่จะใช้ศูนย์แห่งนี้เป็นพื้นที่ความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เน้นสำหรับ AI (AI-centric) ที่ก้าวล้ำ รวมถึงกำหนดวาระด้านนวัตกรรมเพื่อยกระดับระบบนิเวศ AI ของไทย

นอกจากนี้ มช. ยังได้ลงนามใน MOU กับไอบีเอ็ม เพื่อเริ่มกระบวนการการเข้าร่วมไอบีเอ็มควอนตัมเน็ตเวิร์ค (IBM Quantum Network) โดย มช. จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของศูนย์นวัตกรรมควอนตัมไอบีเอ็ม ที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เข้าถึงคอมพิวเตอร์ควอนตัมและทรัพยากรต่างๆ ของไอบีเอ็มผ่านคลาวด์ เพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนาทักษะบุคลากร

นอกจากนี้ อีกหนึ่งบันทึกความเข้าใจที่ลงนามระหว่าง มช. และ NUS เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ยังจะนำสู่การเปิดโอกาสให้มีการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน การแบ่งปันแนวทางปฏิบัติเป็นเลิศหรือ best practice และการร่วมกันสร้างนวัตกรรมบนพื้นฐานของเทคโนโลยี AI และควอนตัมในอนาคต

MOU เหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยปูทางให้ NUS และ มช. ร่วมกันพัฒนางานวิจัย โดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานของไอบีเอ็มในการดำเนินโครงการวิจัยที่สอดคล้องกับปัญหาสำคัญของภูมิภาคและจุดแข็งของมหาวิทยาลัยเอง เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ อาทิ การรับมือสภาพภูมิอากาศ การเกษตรอย่างยั่งยืน และปัญหาด้านสาธารณสุขในภูมิภาค เป็นต้น

ความมุ่งมั่นของทั้งสามฝ่ายสะท้อนถึงจุดมุ่งหมายร่วมกันในการส่งเสริมการวิจัย การเสริมสร้างระบบนิเวศ และการพัฒนาบุคลากร ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันนวัตกรรม AI และควอนตัมให้ก้าวหน้าในสิงคโปร์และไทย

“ไอบีเอ็ม” ลงนาม MOU กับ “มช.” ร่วมศูนย์วิจัยขับเคลื่อนนวัตกรรม AI แห่งอนาคต

MOU ระหว่างไอบีเอ็มและมช. เกี่ยวกับการเข้าร่วมศูนย์วิจัยและนวัตกรรม IBM–NUS ของมช. ครอบคลุมแผนการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน AI ขั้นสูงที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเร่งประมวลผล IBM Spyre Accelerators รุ่นต้นแบบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานด้าน AIU (Artificial Intelligence Unit) ของศูนย์วิจัยไอบีเอ็ม

เทคโนโลยีแบบครบวงจรที่ผสานซอฟต์แวร์ ระบบ และตัวเร่งประมวลผล AI ขั้นสูงนี้ จะช่วยให้สามารถปรับแต่งและอนุมานผลของโมเดลเฉพาะทาง (Fine-tuned Models: FMs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายของ มช. คือการทำให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ในวงกว้างทั่วไทย โดยพัฒนาโซลูชัน AI ที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงและลดช่องว่างทางดิจิทัล อีกทั้งยังตั้งเป้าที่จะใช้ AI พัฒนาแบบจำลองเชิงภูมิสารสนเทศ (Geospatial Models) สำหรับไทย เพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติ มลพิษทางอากาศ (PM 2.5) และน้ำท่วม

MOU ระหว่าง มช. และ NUS ยังระบุถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมด้านคอมพิวเตอร์ควอนตัม ขณะที่ภายใต้ MOU กับไอบีเอ็ม มช. ยังมีแผนที่จะเข้าร่วม IBM Quantum Network ในฐานะสมาชิกของศูนย์นวัตกรรมควอนตัมไอบีเอ็ม ที่ NUS ซึ่งจะเปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ควอนตัมและทรัพยากรต่างๆ ของไอบีเอ็มบนคลาวด์ได้

ข้อตกลงเหล่านี้เปิดโอกาสสู่การวิจัยและพัฒนาร่วมกัน การแลกเปลี่ยน best practice และการร่วมกันสร้างนวัตกรรมในเทคโนโลยี AI และควอนตัมยุคใหม่ รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการผสานความสามารถของ AI และควอนตัมเพื่อสร้างแนวทางการใช้งานที่ก้าวล้ำในอนาคต

สร้างทักษะและระบบนิเวศที่พร้อมสู่อนาคต

ความร่วมมือกับศูนย์วิจัยและนวัตกรรม IBM–NUS และศูนย์นวัตกรรมควอนตัมไอบีเอ็มที่ NUS ยังจะนำสู่การฝึกอบรมแบบ hands-on และการวิจัยภาคปฏิบัติด้าน AI และคอมพิวเตอร์ควอนตัม เพื่อพัฒนานักนวัตกรรมรุ่นต่อไปของ มช.

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมในการสร้างระบบนิเวศ AI และควอนตัมที่แข็งแกร่งในไทย และต่อยอดผลลัพธ์สู่ภูมิภาคอาเซียน การผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับการวิจัย การศึกษา และความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมโดย NUS และมช. นี้ มุ่งเป้าที่จะเสริมศักยภาพให้กับองค์กร นักวิจัย และผู้ทำหน้าที่วางแผนและกำหนดนโยบาย

ความสำคัญของการขับเคลื่อนนวัตกรรม AI แห่งอนาคต

การที่ มช. จับมือกับ IBM ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลงนามใน MOU เท่านั้น แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการที่จะผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าในโลกของเทคโนโลยี AI และควอนตัม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก และสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือเศรษฐกิจ

ดังนั้น การสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในลักษณะนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนนวัตกรรม AI แห่งอนาคตได้อย่างเต็มศักยภาพ และสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับคนไทยทุกคน นี่คือโอกาสสำคัญที่เราต้องร่วมมือกันคว้าไว้

ที่มา – “ไอบีเอ็ม” ลงนาม MOU กับ “มช.” ร่วมศูนย์วิจัยขับเคลื่อนนวัตกรรม AI แห่งอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *