มท.3 จับมือภาคีเครือข่าย เสริมกำลังใจ อ.ปัว จ.น่าน

การลงพื้นที่จังหวัดน่านครั้งนี้สะท้อนภาพการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยโครงการ มท.3 จับมือภาคีเครือข่าย เสริมกำลังใจ อ.ปัว จ.น่าน มุ่งเน้นทั้งการดูแลคุณภาพชีวิต การสนับสนุนน้ำดื่มสะอาด และการสร้างความพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคต

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อเปิดโครงการ “ทันใจ ใสกิ๊ง” น้ำดื่มเพื่อผู้ประสบสาธารณภัย และส่งมอบรถผลิตน้ำดื่มด้วยนาโนเทคโนโลยีแบบเคลื่อนที่ จำนวน 10 คัน โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างการประปาส่วนภูมิภาค หรือ กปภ. และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช.

มท.3 จับมือภาคีเครือข่าย เสริมกำลังใจ อ.ปัว จ.น่าน

กิจกรรมดังกล่าวมีผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารการประปาส่วนภูมิภาค นายอำเภอปัว แม่บ้านมหาดไทย ภาคีเครือข่าย รวมถึงประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความร่วมมือและกำลังใจ หลังจากชุมชนในจังหวัดน่านต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภค

มท.3 จับมือภาคีเครือข่าย เสริมกำลังใจ อ.ปัว จ.น่าน ผ่านน้ำดื่มสะอาด

นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่ และการช่วยเหลือประชาชนจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกหน่วยงาน ทั้งด้านงบประมาณ การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเร่งแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

หลังเกิดภัยพิบัติ ระบบท่อประปาหลายจุดได้รับความเสียหาย กระทรวงมหาดไทยจึงสนับสนุนงบประมาณเกือบ 200,000 บาท เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบประปาในพื้นที่ ขณะเดียวกัน กปภ. ได้เข้าดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงระบบจนสามารถกลับมาใช้งานได้ การดูแลเรื่องน้ำถือเป็นภารกิจสำคัญ เพราะน้ำสะอาดเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำรงชีวิต สุขอนามัย และการฟื้นตัวของชุมชน

จุดเด่นของรถผลิตน้ำดื่ม “ทันใจ ใสกิ๊ง” คือสามารถเคลื่อนที่เข้าไปให้บริการในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว รถแต่ละคันสามารถผลิตน้ำดื่มสะอาด พร้อมมีระบบตรวจสอบและติดตามคุณภาพน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน อีกทั้งยังสามารถนำไปสนับสนุนชุมชน หมู่บ้าน งานประเพณี และกิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ ตามความเหมาะสม

  • ช่วยผลิตและแจกจ่ายน้ำดื่มสะอาดในพื้นที่ประสบภัย
  • ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ต้องซื้อน้ำดื่ม
  • มีระบบตรวจสอบคุณภาพน้ำเพื่อความปลอดภัย
  • สามารถเคลื่อนย้ายไปสนับสนุนพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว
  • รองรับการช่วยเหลือทั้งในช่วงภัยพิบัติและกิจกรรมชุมชน

รมช.มหาดไทยยังเน้นย้ำว่า แม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่จังหวัดน่านยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง เนื่องจากอาจมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประสบการณ์จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ทุกหน่วยงานต้องเตรียมพร้อม ทั้งการติดตามสภาพอากาศ การจัดเตรียมอุปกรณ์ การวางแผนเส้นทางช่วยเหลือ และการสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างทันท่วงที

นอกจากการช่วยเหลือด้านน้ำและระบบสาธารณูปโภคแล้ว การลงพื้นที่ยังให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน โดยคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านปางยาง ร่วมกับรายการสถานีประชาชน สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS เพื่อนำอุปกรณ์การเรียนรู้และสิ่งของอุปโภคบริโภคไปมอบให้แก่นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ การสนับสนุนลักษณะนี้ช่วยให้โรงเรียนสามารถเดินหน้าจัดการเรียนการสอนได้ และช่วยเติมกำลังใจให้กับเด็ก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

โรงเรียนบ้านปางยางยังได้รับความสนใจด้านการพัฒนาการศึกษา โดยมีแผนสนับสนุนคอมพิวเตอร์จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงเทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ได้มากขึ้น การฟื้นฟูหลังภัยพิบัติจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซ่อมแซมบ้านเรือนหรือถนนหนทาง แต่ควรครอบคลุมถึงโอกาสทางการศึกษา เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

สิ่งที่น่าชื่นชมอย่างมากคือความเข้มแข็งของชาวน่าน แม้หลายพื้นที่ยังมีคราบโคลนและความเสียหายหลงเหลืออยู่ แต่ประชาชนยังคงให้ความร่วมมือ มีรอยยิ้ม และพร้อมช่วยเหลือกัน ความสามัคคีของคนในชุมชน ประกอบกับการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปภ. นายอำเภอ หน่วยงานท้องถิ่น เจ้าหน้าที่กู้ภัย และอาสาสมัคร ทำให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ในภาพรวม มท.3 จับมือภาคีเครือข่าย เสริมกำลังใจ อ.ปัว จ.น่าน ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมส่งมอบสิ่งของหรือรถผลิตน้ำดื่มเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการทำงานแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าด้วยกัน การช่วยเหลือที่ตรงจุดและต่อเนื่องจะช่วยให้ชุมชนฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง

หลังจากนี้ จังหวัดน่านยังมีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง บทเรียนจากอำเภอปัวชี้ให้เห็นว่า เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง การรับมือภัยพิบัติจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และประชาชนจะไม่ต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นกำลังใจสำคัญให้ชาวน่าน และเป็นแนวทางที่พื้นที่อื่นสามารถนำไปปรับใช้ได้ หากทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมและประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลชุมชน เราจะสามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติและสร้างการฟื้นฟูที่ยั่งยืนได้

ที่มา – ‘มท.3‘จับมือภาคีเครือข่ายฯ เสริมกำลังใจพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *