มองจีนยุคใหม่ผ่านสายตาสื่อไทย: บทเรียนไห่หนาน

การทำความเข้าใจจีนในวันนี้อาจไม่เพียงพอหากมองผ่านตัวเลขเศรษฐกิจหรือข่าวการเมืองจากระยะไกลเท่านั้น การลงพื้นที่จริงช่วยให้เห็นภาพที่ละเอียดขึ้น ทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นโยบายการค้า วิถีชีวิตผู้คน และการรักษารากวัฒนธรรมท้องถิ่น บทความนี้ชวนผู้อ่านร่วม มองจีนยุคใหม่ผ่านสายตาสื่อไทย จากประสบการณ์ศึกษาดูงานในมณฑลไห่หนาน หรือไหหลำ ทางตอนใต้ของจีน

โครงการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้” รุ่นที่ 8 จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เปิดโอกาสให้คณะสื่อมวลชนเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคสนาม ระหว่างวันที่ 16–22 ตุลาคม 2569 โดยมีการเสวนาด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก่อนเดินทางไปสัมผัสพื้นที่จริงในไห่หนาน

มองจีนยุคใหม่ผ่านสายตาสื่อไทย

ไห่หนานกำลังได้รับการผลักดันให้เป็น “ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน” หรือ Hainan Free Trade Port ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของจีนในการเปิดประเทศระดับสูง เชื่อมโยงการค้า การลงทุน โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน สิ่งที่น่าสนใจคือการพัฒนาของไห่หนานไม่ได้เน้นเพียงการสร้างเมืองสมัยใหม่ แต่ยังพยายามวางระบบให้เทคโนโลยีและเศรษฐกิจเติบโตไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น

มองจีนยุคใหม่ผ่านสายตาสื่อไทย: เทคโนโลยีที่ใช้งานจริง

จุดหมายสำคัญแห่งแรกคือเมืองเหวินชาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์อวกาศและซูเปอร์คอมพิวเตอร์เหวินชาง ศูนย์แห่งนี้ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่จากดาวเทียมและสนับสนุนการพัฒนา “เมืองอวกาศ” โดยมีกำลังประมวลผลสูงถึง 1,000 เพตาฟลอปส์ต่อวินาที ข้อมูลจากดาวเทียมสามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย ตั้งแต่การติดตามสภาพอากาศ การจัดการทรัพยากร การวางผังเมือง ไปจนถึงการเฝ้าระวังภัยพิบัติ

เครือข่ายดาวเทียม Jilin-1 รวมถึงดาวเทียม Wenchang-1, Wenchang-2 และ Wenchang-3 ช่วยให้การสำรวจพื้นที่มีความรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะ Wenchang-3 ที่สามารถสแกนภาพในวงกว้าง ทำให้มองเห็นพื้นที่ของมณฑลไห่หนานได้จากภาพถ่ายเพียงไม่กี่รอบ ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีอวกาศไม่ได้อยู่เฉพาะในห้องทดลอง แต่ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารพื้นที่และการพัฒนาเศรษฐกิจจริง

หยางผู่กับบทบาทประตูการค้าเสรี

เขตพัฒนาเศรษฐกิจหยางผู่เป็นอีกพื้นที่ที่แสดงให้เห็นทิศทางการเติบโตของไห่หนานอย่างชัดเจน พื้นที่แห่งนี้มีขนาดประมาณ 114.78 ตารางกิโลเมตร และเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านโลจิสติกส์และการค้าของท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ย้อนกลับไปในอดีต หยางผู่เคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านท่าเรือ และต่อมาได้พัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เปิดรับเงินทุนจากต่างประเทศ

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหยางผู่คือ การพัฒนาเศรษฐกิจจำเป็นต้องมีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุน และระบบบริการที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับตลาดโลก การสร้างท่าเรือการค้าเสรีจึงไม่ได้หมายถึงการลดข้อจำกัดทางการค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ช่วยให้สินค้า เทคโนโลยี เงินทุน และบุคลากรเคลื่อนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ยังมีคุณค่า

แม้ไห่หนานจะเดินหน้าเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่อย่างเต็มที่ แต่พื้นที่แห่งนี้ก็ยังรักษามรดกทางวัฒนธรรมไว้อย่างน่าสนใจ คณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมชมนาเกลือโบราณตานโจวในหยางผู่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเกลือด้วยมือที่มีประวัติยาวนานกว่าพันปี กระบวนการผลิตอาศัยภูมิปัญญาดั้งเดิมและความเข้าใจธรรมชาติของคนในพื้นที่

นาเกลือโบราณแห่งนี้ทำให้เห็นว่าการพัฒนาไม่จำเป็นต้องทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง ตรงกันข้าม ภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถกลายเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ และต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สร้างมูลค่าได้ หากได้รับการอนุรักษ์และนำเสนออย่างเหมาะสม

ป๋ออ๋าว เล่อเฉิงกับนวัตกรรมสุขภาพ

อีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนความพยายามของไห่หนานในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่คือเขตนำร่องการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์นานาชาติป๋ออ๋าว เล่อเฉิง ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพระดับสากล เขตนี้มีนโยบายพิเศษที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยา อุปกรณ์การแพทย์ และบริการสุขภาพที่มีความทันสมัยมากขึ้น

คณะยังได้เยี่ยมชมศูนย์สุขภาพและโรงพยาบาลอี๋หลิง ป๋ออ๋าว ซึ่งผสานการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การแพทย์แผนจีน การแพทย์แผนมองโกเลีย และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ตัวอย่างที่น่าสนใจคืออุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่ติดตามความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ พร้อมเชื่อมต่อกับระบบโรงพยาบาลออนไลน์ แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วยไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุก

ยานยนต์อัจฉริยะและการทดสอบในโลกจริง

สนามทดสอบยานยนต์ไห่หนานเป็นอีกจุดหมายที่น่าสนใจ เพราะเป็นสนามทดสอบยานยนต์แบบครบวงจรและมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 60 ปี ปัจจุบันสนามแห่งนี้ยังรองรับการทดสอบยานยนต์อัจฉริยะและยานยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือ ICV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่

การทดสอบยานยนต์ไม่ได้ดูเพียงความเร็วหรือสมรรถนะของเครื่องยนต์ แต่ครอบคลุมระบบความปลอดภัย การสื่อสารระหว่างรถกับโครงสร้างพื้นฐาน ความแม่นยำของเซนเซอร์ และการทำงานของระบบช่วยขับขี่ ข้อมูลจากสนามทดสอบจึงมีบทบาทต่อการพัฒนารถยนต์พลังงานใหม่และรถยนต์ไร้คนขับให้ใช้งานได้จริงในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

บทเรียนจากไห่หนานและโอกาสของไทย

การเดินทางครั้งนี้ทำให้เห็นว่า “จีนยุคใหม่” ไม่ได้มีเพียงภาพของเมืองใหญ่ อาคารสูง หรือโรงงานอุตสาหกรรม แต่เป็นการผสมผสานระหว่างนโยบายระดับประเทศ เทคโนโลยีขั้นสูง เศรษฐกิจท้องถิ่น และวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้าด้วยกัน ไห่หนานกำลังใช้จุดแข็งของตนเองเพื่อสร้างโอกาสใหม่ ทั้งด้านการค้า การแพทย์ โลจิสติกส์ อวกาศ ยานยนต์ และการท่องเที่ยว

สำหรับประเทศไทย ประสบการณ์จากไห่หนานอาจนำไปสู่ความร่วมมือหลายด้าน เช่น การพัฒนาท่าเรือและระบบขนส่ง การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีดาวเทียม การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่สำคัญคือสื่อมวลชนมีบทบาทในการถ่ายทอดข้อมูลอย่างรอบด้าน ช่วยให้สังคมไทยมองเห็นทั้งโอกาส ความท้าทาย และเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการปรับตัว

  • เทคโนโลยีควรเชื่อมโยงกับการใช้งานจริงและประโยชน์ของประชาชน
  • เขตการค้าเสรีต้องพัฒนาควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร
  • วัฒนธรรมท้องถิ่นสามารถเป็นพลังทางเศรษฐกิจได้เมื่อได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
  • ความร่วมมือไทย–จีนควรเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการสร้างประโยชน์ร่วมกัน

ท้ายที่สุด การ มองจีนยุคใหม่ผ่านสายตาสื่อไทย คือการเปิดใจเรียนรู้จากพื้นที่จริง ไม่ด่วนสรุปจากภาพจำ และนำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่างรอบคอบ หากไทยสามารถเลือกบทเรียนที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง พร้อมรักษาจุดแข็งด้านวัฒนธรรมและทรัพยากรมนุษย์ไว้ได้ ความเปลี่ยนแปลงของจีนก็อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญสำหรับการเติบโตของไทยในอนาคต

ที่มา – ‘มองจีนยุคใหม่’ ผ่านสายตาสื่อไทย: บทเรียน 4 วันในไห่หนาน จากนโยบายการค้าสู่โลกความจริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *