มาครงแย้มยุโรปหวนคว่ำบาตรรัสเซีย เผยไม่ควรจำกัดขนาดกองทัพยูเครน
จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง ล่าสุดประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ได้เปิดเผยถึงความพร้อมของสหภาพยุโรปในการกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียอีกครั้ง กรณีที่การเจรจาสันติภาพกับรัสเซียไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ตามเป้าหมาย
มาครงแย้มยุโรปหวนคว่ำบาตรรัสเซีย
ในการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างประเทศที่ทำเนียบขาว ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และผู้นำจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเข้าร่วม ถือเป็นเวทีที่สำคัญในการหารือแนวทางจัดการกับสถานการณ์รัสเซียในระยะต่อไป
ภายหลังจากการประชุม มาครงได้เผยให้เห็นว่า ทรัมป์มีมุมมองว่าความพยายามในการเจรจาสันติภาพกับรัสเซียนั้นควรได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ทั้งนี้ เขาเชื่อว่ารัสเซียเองก็เป็นฝ่ายที่ต้องการสันติภาพเช่นกัน ถึงแม้จะมีความขัดแย้งหลายด้านก็ตาม
กลไกคว่ำบาตรแบบ “ภาษีรอง” หากไม่ได้ข้อสรุป
อย่างไรก็ตาม หากกระบวนการดังกล่าวล้มเหlวในที่สุด มาครงยืนยันว่ายุโรปยังคงมีตัวเลือกในการตอบโต้รัสเซียผ่านมาตรการเศรษฐกิจ โดยอาจกลับมาใช้แนวทางคว่ำบาตรในรูปแบบของ “ภาษีรอง” หรือ “ภาษีทุติยภูมิ” ซึ่งเคยถูกสหรัฐฯ นำมาใช้กับประเทศอินเดีย ที่ยังคงมีการค้าขายพลังงานกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง
มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชาติพันธมิตรของสหรัฐและสหภาพยุโรป หากยังไม่ยุติการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจกับรัสเซีย โดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งนับเป็นการขยายขอบเขตของการประณามทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “เป็นเพื่อนกับประเทศที่เป็นศัตรูก็ถือว่าเป็นศัตรูเช่นกัน”
ข่าวที่น่าสนใจคือ ในเวทีดังกล่าวยังยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุยถึงปัญหาดินแดนใดๆ ของยูเครน ขัดกับคำแถลงของทรัมป์ก่อนหน้านี้ที่กล่าวว่าอาจมีการเจรจาเรื่องดินแดน เช่น ครีเมีย ซึ่งถูกยึดครองโดยรัสเซียตั้งแต่ปี 2014
ไม่ควรจำกัดขนาดกองทัพยูเครน
อีกประเด็นที่มาครงกล่าวถึงคือความเห็นเกี่ยวกับขนาดของกองทัพยูเครนซึ่งเขาเผยว่า ไม่ควรมีการจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น โดยให้เหตุผลว่า ข้อจำกัดด้านนี้อาจไปกระทบต่อความสามารถในการป้องกันตัวของยูเครนในระยะยาว ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ประเทศสามารถปกป้องดินแดนและความเป็นเอกราชได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การให้ความสำคัญกับพลังทางทหารของยูเครน สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของผู้นำยุโรปที่ต้องการให้เบลารุสไม่เพียงแต่ได้รับความช่วยเหลือในเชิงมนุษยธรรมหรือทางการทูต แต่ยังต้องมีอิสระในการเสริมสร้างก่อสร้างกองทัพเพื่อป้องกันการรุกรานจากภายนอก
มุมมองดังกล่าวหากพิจารณาจากบริบทของสงครามในยูเครนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถือว่ายังมีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมองถึงสถานการณ์ในช่วงที่รัสเซียเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่ตะวันออกและใต้ของยูเครน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรุกรานในอนาคต
เพราะฉะนั้น การไม่จำกัดขนาดกองทัพยูเครนกลายเป็นคำตอบหนึ่งที่น่าจะช่วยลดทุกข์ทรมานของประชาชนในภูมิภาค และยังสามารถยับยั้งการก้าวก่ายจากผู้ไม่หวังดีในระดับนานาชาติได้อย่างจริงจัง
ข้อเสนอและมุมมองดังกล่าวของผู้นำสากล แม้ยังมีความท้าทายในหลายแง่มุม แต่ก็บ่งบอกได้ว่า การหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ไม่ควรหยุดนิ่ง และปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรนั้นยังคงสำคัญมาก
หากคุณต้องการติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในยุโรป โดยเฉพาะการเมืองและสงครามยูเครน เราขอแนะนำให้กดติดตามเว็บไซต์ของเราไว้ เพราะเราจะอัปเดตข่าวสารที่มีมูลค่าและตรวจสอบได้ตลอดเวลา
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรับรู้ข้อมูลที่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและสันติภาพโลกไปด้วยกัน
ที่มา – มาครงแย้มยุโรปพร้อมหวนคว่ำบาตรรัสเซีย ชี้ไม่ควรจำกัดขนาดกองทัพยูเครน