มาตามนัด! ป๋าเหลิมเข้าป่ารอยต่อสมัคร พปชร. ชิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ
มาตามนัด! ป๋าเหลิมเข้าป่ารอยต่อสมัคร พปชร. ชิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ
การเมืองไทยช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ส.ส. กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อปรากฏภาพ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หรือที่ใครหลายคนรู้จักในชื่อ ป๋าเหลิม เดินทางมาเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการ
การมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนขั้วทางการเมืองธรรมดา แต่คือการส่งสัญญาณสำคัญว่า ป๋าเหลิมเตรียมกลับมาลุยสนามการเมืองอีกครั้ง ภายใต้สีธงของพรรคพลังประชารัฐ โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือ การลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ปาร์ตี้ลิสต์
การย้ายขั้วครั้งสำคัญของป๋าเหลิม
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งเคยเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ พลังประชารัฐ ซึ่งเป็นอีกขั้วการเมืองหนึ่ง
ความจริงแล้ว การเมืองคือการปรับตัวและการหาพื้นที่ทางการเมืองให้กับตนเอง ป๋าเหลิมเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์ยาวนาน เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาทุกยุคทุกสมัย การตัดสินใจครั้งนี้จึงน่าจะผ่านการคิดวิเคราะห์มาอย่างดีแล้ว
การมาครั้งนี้ ป๋าเหลิมไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่ยังมี นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาด้วย ทำให้หลายคนตีความว่า นี่คือการสานต่ออำนาจทางการเมืองของตระกูลอยู่บำรุง ภายใต้ร่มเงาของ พลังประชารัฐ
ปาร์ตี้ลิสต์คืออะไร ทำไมป๋าเหลิมถึงเลือกเส้นทางนี้
ระบบบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ เป็นหนึ่งในสองระบบการเลือกตั้ง ส.ส. ของประเทศไทย (อีกระบบคือ ส.ส. เขต) โดยในระบบปาร์ตี้ลิสต์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะลงคะแนนให้กับพรรคการเมือง ไม่ใช่บุคคล
คะแนนที่ได้จะถูกนำมาจัดอันดับบุคคลในบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคตามลำดับ บุคคลที่อยู่ในอันดับต้น ๆ จะมีโอกาสได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. มากกว่า
ข้อดีของระบบปาร์ตี้ลิสต์คือ พรรคการเมืองสามารถส่งบุคคลที่มีชื่อเสียง มีความสามารถ หรือมีฐานคะแนนเหนียวแน่น แม้ไม่ได้อยู่ในเขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่ง ก็สามารถมาลงสมัครในบัญชีรายชื่อได้
- เหมาะกับนักการเมืองที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ
- ไม่ต้องแข่งขันกับคู่แข่งโดยตรงในเขตเลือกตั้ง
- สามารถส่งตัวแทนที่หลากหลายลงในบัญชีรายชื่อ
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ป๋าเหลิมจะเลือกลงสมัครในระบบปาร์ตี้ลิสต์ เพราะชื่อเสียงและฐานคะแนนของเขาไม่ได้อยู่แค่ในเขตใดเขตหนึ่ง แต่แผ่ขยายไปทั่วประเทศ
ป๋าเหลิมจะช่วยพลังประชารัฐได้อย่างไร
การที่ป๋าเหลิมเข้ามาอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นการเสริมทัพครั้งสำคัญ เพราะเขาไม่ใช่นักการเมืองธรรมดา
เขามีฐานคะแนนเหนียวแน่น โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พรรคพลังประชารัฐพยายามจะขยายฐานมานาน
นอกจากนี้ ป๋าเหลิมยังมีบุคลิกภาพที่โดดเด่น พูดจาจริงใจ ไม่กลัวการเผชิญหน้า ทำให้เขามีแฟนคลับจำนวนมาก ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์
การมีป๋าเหลิมอยู่ในบัญชีรายชื่อของ พลังประชารัฐ จึงมีโอกาสสูงมากที่เขาจะได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แบบปาร์ตี้ลิสต์
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสนามการเมือง
การเมืองคือการเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรคงที่ตลอดไป คำพูดนี้ใช้ได้ดีกับสถานการณ์ปัจจุบัน
การที่ป๋าเหลิมตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ พลังประชารัฐ อาจทำให้แผนการของหลายพรรคต้องสั่นคลอน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่อาจสูญเสียคะแนนเสียงจากฐานเสียงเดิมของป๋าเหลิม
ในทางกลับกัน พลังประชารัฐจะได้รับประโยชน์จากการมีป๋าเหลิมเข้ามาอยู่ในทีม ไม่ว่าจะเป็นคะแนนเสียง ฐานแฟนคลับ หรือแม้แต่การดึงดูดสื่อและคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจพรรค
การเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งหน้า จึงน่าจะเป็นอีกครั้งที่การเมืองไทยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
บทสรุป: ป๋าเหลิมกับการกลับมาที่ทุกคนจับตามอง
การที่ ป๋าเหลิม เดินทางมาเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นการส่งสัญญาณสำคัญว่า เขาพร้อมแล้วที่จะกลับมาลุยสนามการเมืองอีกครั้ง
การลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เพราะเขาสามารถใช้ชื่อเสียงและฐานคะแนนของตนเองในการดึงดูดเสียงจากประชาชนทั่วประเทศ
ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร การกลับมาของป๋าเหลิมในครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับวงการการเมืองไทย ที่จะได้มีสีสันและมิติใหม่มากขึ้น
ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป โปรดติดตามการเคลื่อนไหวของ ป๋าเหลิม กับพรรคพลังประชารัฐได้ในสนามการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งหน้า
ที่มา – มาตามนัด! ‘ป๋าเหลิม’ รุดเข้าป่ารอยต่อฯ สมัครสมาชิกพลังประชารัฐ ลงสส.ปาร์ตี้ลิสต์
