มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าช่วยเหลือทหารชายแดน หลังปะทะกับกัมพูชา
เมื่อช่วงวันที่ 13-17 สิงหาคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และนครราชสีมา เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ทหารไทยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปะทะกับกองกำลังกัมพูชาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตามแนวรอน ทางมูลนิธิได้จัดสรรงบประมาณกว่า 2.39 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น มอบเงินปลอบขวัญ และกระเช้าสุขภาพให้กับทหารและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าช่วยเหลือทหารชายแดน หลังปะทะกับกัมพูชา
การนำทีมในครั้งนี้มี นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ เลขาธิการ และคณะ เดินทางไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 เป็นจุดศูนย์กลางในการแจกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นมูลค่า 800,000 บาท ซึ่งมี พันเอก เรวัฒ ธรรมจิรเดช รองผู้บังคับการกรมทหารราบเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 2 เข้าร่วมเป็นเกียรติในการรับมอบ
เยี่ยมโรงพยาบาล มอบปลอบขวัญแก่ผู้บาดเจ็บ
นอกจากนี้ พันธกิจทางสังคมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งยังขยายผลไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่พักษาตัวของผู้บาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลศรีสะเกษ และโรงพยาบาลสุรินทร์ โดยได้มอบเงินปลอบขวัญรายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพให้แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งจากฝ่ายทหารและพลเมืองในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการให้กำลังใจและเยียวยาจิตใจอย่างแท้จริง
นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย ร่วมเดินทางเพื่อเข้าร่วมในการส่งมอบและตรวจสอบความต้องการของผู้รับความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
สนับสนุนพัฒนาพื้นฐานสำหรับการเคลื่อนย้าย
ในช่วงท้ายของการปฏิบัติภารกิจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งยังได้มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงเส้นทางเคลื่อนย้ายยานเกราะและยุทธปัจจัยในพื้นที่ โดยมี พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พลตรี ณัฐพงศ์ พรหมศร เป็นผู้รับมอบในพิธีที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
การดำเนินการทั้งหมดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบทางสังคมอย่างลึกซึ้ง และยืนยันคำมั่นที่ว่า ขออยู่เคียงข้างและเป็นพันธมิตรในการเสริมความเข้มแข็งให้แก่คนในแผ่นดิน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม
การสร้างรอยยิ้มและความหวังให้กับเหล่าทหารที่เสี่ยงภัยเพื่อปกป้องประเทศนี้ เป็นสิ่งที่คุ้มค่าและควรค่าแก่ความพยายาม และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก็พร้อมที่จะยืนเคียงข้างเสมอ


