ม.วลัยลักษณ์ผนึกกำลัง INET พัฒนาบุคลากรดิจิทัล

โลกการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และระบบคลาวด์ที่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กรยุคใหม่ ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับภาคธุรกิจจึงมีบทบาทอย่างมากในการเตรียมนักศึกษาให้มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ล่าสุด ม.วลัยลักษณ์ผนึกกำลัง INET เพื่อร่วมพัฒนาความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรดิจิทัลให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

ม.วลัยลักษณ์ผนึกกำลัง INET เพื่อสร้างคนดิจิทัล

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ ร่วมกับบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ หรือ MOU เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี การเรียนการสอน การวิจัย และการฝึกสหกิจศึกษา โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับทักษะของนักศึกษาและบุคลากรให้สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ

พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ห้องประชุมเขาหลวง ชั้น 2 อาคารสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิริวัจนา แก้วผนึก คณบดีสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และนางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนาม พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

ม.วลัยลักษณ์ผนึกกำลัง INET เชื่อมการเรียนกับประสบการณ์จริง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิริวัจนา แก้วผนึก กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี และมุ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะส่งเสริมการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย รวมถึงบูรณาการองค์ความรู้ด้าน AI และ Cloud Computing เข้ากับการเรียนการสอน เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคโนโลยีที่ภาคอุตสาหกรรมใช้งานจริง

นอกจากการพัฒนาหลักสูตรแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังมีแผนสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษา การได้ทำงานจริงกับองค์กรที่มีประสบการณ์โดยตรงจะช่วยให้นักศึกษาเข้าใจขั้นตอนการทำงาน รู้จักการแก้ปัญหา และสามารถนำความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้กับโจทย์ของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

ความร่วมมือนี้ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาได้สร้างเครือข่ายกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เรียนรู้วัฒนธรรมการทำงาน และพัฒนาทักษะที่จำเป็น เช่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การวิเคราะห์ข้อมูล และการบริหารโครงการ ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญสำหรับการทำงานในสายเทคโนโลยี

AI และคลาวด์ ทักษะสำคัญของตลาดแรงงานยุคใหม่

AI และ Cloud Computing เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในเกือบทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การเงิน การแพทย์ การศึกษา การผลิต ไปจนถึงธุรกิจค้าปลีก องค์กรต่าง ๆ ต้องการบุคลากรที่สามารถเข้าใจเทคโนโลยีเหล่านี้และนำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และสร้างบริการรูปแบบใหม่

การเรียนรู้ด้าน AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเขียนโปรแกรมหรือการสร้างแบบจำลองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าใจข้อมูล การประเมินผลลัพธ์ การใช้งานอย่างมีจริยธรรม และการคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ขณะที่คลาวด์คอมพิวติ้งช่วยให้องค์กรสามารถจัดเก็บข้อมูล ประมวลผล และให้บริการดิจิทัลได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น

การนำความรู้เหล่านี้เข้าสู่หลักสูตรจะช่วยให้นักศึกษามองเห็นภาพการทำงานจริงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญจาก INET เข้ามาถ่ายทอดประสบการณ์และกรณีศึกษาจากภาคธุรกิจ นักศึกษาจะได้เรียนรู้ทั้งแนวคิดเชิงทฤษฎีและวิธีประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้ตอบโจทย์องค์กร

เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและ INET

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับ INET มีแนวทางการดำเนินงานที่ครอบคลุมหลายด้าน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งนักศึกษา อาจารย์ ภาคธุรกิจ และระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักดังนี้

  • พัฒนาหลักสูตร: ปรับเนื้อหาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดแรงงาน
  • ถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ: เปิดโอกาสให้บุคลากรจาก INET เข้ามาเป็นวิทยากรและแบ่งปันความรู้จากการทำงานจริง
  • ส่งเสริมงานวิจัย: สนับสนุนการต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง
  • พัฒนาสหกิจศึกษา: ให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานกับองค์กรและเรียนรู้กระบวนการทำงานในสถานการณ์จริง
  • สร้างโอกาสการทำงาน: เชื่อมโยงนักศึกษากับภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มโอกาสในการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา

ในมุมของ INET ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์และดิจิทัลแพลตฟอร์มสัญชาติไทย การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีถือเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จึงเป็นการเชื่อมโยงจุดแข็งด้านวิชาการเข้ากับประสบการณ์ในภาคอุตสาหกรรม ทำให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเข้าใจบริบทการทำงานมากขึ้น

สำหรับประเทศไทย การมีบุคลากรดิจิทัลที่มีคุณภาพจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งยังสนับสนุนให้ธุรกิจไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีขึ้น การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลจึงไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย บริษัทเทคโนโลยี ภาครัฐ และภาคประชาชน

อนาคตของนักศึกษากับโอกาสในอุตสาหกรรมดิจิทัล

นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมภายใต้ MOU นี้จะได้รับประโยชน์ทั้งด้านความรู้และประสบการณ์ พวกเขาสามารถนำทักษะจากการเรียนไปทดลองใช้กับโครงการจริง ฝึกคิดอย่างเป็นระบบ และเรียนรู้การรับผิดชอบงานตามมาตรฐานขององค์กร การฝึกงานหรือสหกิจศึกษายังช่วยให้นักศึกษาค้นพบความถนัดของตนเองและวางแผนเส้นทางอาชีพได้ชัดเจนขึ้น

ในระยะยาว ความร่วมมือที่ดำเนินต่อเนื่องตลอด 3 ปีอาจนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทาง โครงการวิจัยร่วม และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ หากมีการติดตามผลและปรับกิจกรรมให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างสม่ำเสมอ นักศึกษาจะได้รับประสบการณ์ที่ทันสมัยและสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานได้ดียิ่งขึ้น

ความเห็นส่วนตัวคือ การที่ ม.วลัยลักษณ์ผนึกกำลัง INET เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการจับมือกันระหว่างการศึกษาและอุตสาหกรรม เพราะช่วยลดช่องว่างระหว่างสิ่งที่เรียนในห้องเรียนกับทักษะที่องค์กรต้องการจริง หากความร่วมมือนี้ต่อยอดอย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสร้างบุคลากรดิจิทัลรุ่นใหม่ให้พร้อมทำงานและร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ผู้สนใจด้าน AI และคลาวด์ควรติดตามโครงการ พร้อมพัฒนาทักษะของตนเองตั้งแต่วันนี้เพื่อคว้าโอกาสในอนาคต

ที่มา – ม.วลัยลักษณ์ ผนึกกำลัง INET มุ่งบูรณาการความรู้ AI และคลาวด์ ปั้นบุคลากรดิจิทัลตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *