ยศชนันสร้างเมกะโปรเจกต์แก้น้ำแล้งกำแพงเพชร

ยศชนันสร้างเมกะโปรเจกต์แก้น้ำแล้งกำแพงเพชร เดินหน้าจัดการปัญหาน้ำเพื่อการเกษตรแบบครบวงจร หลังจากลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนที่โรงเรียนอนุบาลไทรงาม อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมหารือกับหน่วยงานในพื้นที่และเกษตรกรอย่างใกล้ชิด การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนแนวทางการทำงานที่นำปัญหาของประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหลายหน่วยงานเข้าด้วยกัน

เป้าหมายสำคัญคือการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำในคลองสามอาร์เอ็มซี หรือคลองห้วยน้อย ซึ่งมีความยาวประมาณ 18.2 กิโลเมตร และเป็นแหล่งน้ำหลักที่ช่วยหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 108,125 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอไทรงามและอำเภอลานกระบือ คลองแห่งนี้จึงมีความสำคัญต่อรายได้และความมั่นคงของครอบครัวเกษตรกรจำนวนมาก

ยศชนันสร้างเมกะโปรเจกต์แก้น้ำแล้งกำแพงเพชร

ปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมมานานมาจากอาคารชลประทานที่ใช้งานมานานกว่า 20 ปี รวมถึงสภาพคลองที่ตื้นเขิน ทำให้การควบคุมและส่งต่อน้ำทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของพื้นที่ต้นคลองและท้ายคลอง จนเกิดความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรเป็นระยะ เพราะทุกคนต่างต้องการมีน้ำใช้สำหรับเพาะปลูกและเลี้ยงครอบครัว

กรมชลประทานจึงเสนอแผนปรับปรุงระบบชลประทานคลองห้วยน้อยทั้งระบบ วงเงินรวมประมาณ 405 ล้านบาท แผนดังกล่าวจะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่การปรับปรุงคลอง อาคารควบคุมน้ำ และประตูระบายน้ำ เพื่อให้สามารถจัดสรรน้ำได้อย่างมีระบบมากขึ้น โดยมีแผนเร่งด่วนในปีงบประมาณ 2571 สำหรับปรับปรุงประตูระบายน้ำแบบเปิด-ปิดได้จำนวน 8 แห่ง ใช้งบประมาณประมาณ 63 ล้านบาท

แผนจัดการน้ำสร้างความเป็นธรรมให้เกษตรกร

การปรับปรุงประตูระบายน้ำจะช่วยให้เจ้าหน้าที่และชุมชนสามารถควบคุมปริมาณน้ำได้เหมาะสมกับสถานการณ์ ลดการสูญเสียน้ำระหว่างทาง และวางแผนส่งน้ำให้พื้นที่ต้นคลองกับท้ายคลองได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น เมื่อมีระบบควบคุมที่มีประสิทธิภาพ เกษตรกรก็จะสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้ล่วงหน้า ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ และลดโอกาสเกิดข้อพิพาทในชุมชน

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การแก้ปัญหาของประชาชนไม่ควรถูกจำกัดอยู่ภายในกรอบของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่ทุกหน่วยงานควรร่วมกันทำงานตามความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริง การสร้างฝายและปรับปรุงระบบชลประทานจึงเป็นภารกิจที่ต้องทำควบคู่กับการดูแลอาชีพและรายได้ของประชาชน

นอกจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ยังมีการวางแผนนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากกระทรวง อว. มาช่วยยกระดับภาคการเกษตรในจังหวัดกำแพงเพชร โดยเน้นนวัตกรรมที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงงานวิจัยที่อยู่ในห้องทดลองหรือบนเอกสารเท่านั้น แนวทางนี้จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับครัวเรือนในพื้นที่

  • สนับสนุนเครื่องจักรกลทางการเกษตร เพื่อช่วยลดแรงงานและค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูก
  • ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยสั่งตัดให้เหมาะกับสภาพดินและชนิดของพืช
  • วิเคราะห์ดินเพื่อให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตได้อย่างแม่นยำ
  • พัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังที่ทนทานต่อโรคและเหมาะกับสภาพพื้นที่
  • วิจัยกล้วยไข่ลำต้นเตี้ยที่ทนต่อลมพายุและให้ผลผลิตสูง

จากนวัตกรรมการเกษตรสู่การแก้จนอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจคือการผลักดันประเพณีสารทไทย-กล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพงให้เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว เพราะกำแพงเพชรมีทั้งสินค้าเกษตร อาหารพื้นถิ่น และวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดเป็นรายได้ให้กับชุมชนได้ หากมีการวางแผนประชาสัมพันธ์และพัฒนากิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เทศกาลท้องถิ่นก็จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่สำรวจความต้องการของชุมชนอย่างละเอียด เพื่อนำข้อมูลไปออกแบบการอบรมและโครงการแก้จนให้ตรงกับบริบทของแต่ละตำบล การสำรวจลักษณะนี้มีความสำคัญ เพราะแต่ละพื้นที่อาจมีปัญหาไม่เหมือนกัน บางชุมชนต้องการเครื่องมือ บางชุมชนต้องการความรู้ด้านการตลาด ขณะที่บางกลุ่มต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือเพิ่มช่องทางจำหน่าย

หัวใจของ ยศชนันสร้างเมกะโปรเจกต์แก้น้ำแล้งกำแพงเพชร จึงไม่ได้อยู่ที่การสร้างฝายหรือปรับปรุงคลองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการวางระบบใหม่ที่เชื่อมโยงน้ำ เทคโนโลยี งานวิจัย อาชีพ และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน หากทุกหน่วยงานเดินหน้าตามแผนและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม โครงการนี้ก็มีโอกาสช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงให้กับภาคเกษตรในระยะยาว

สำหรับชาวกำแพงเพชร การแก้ปัญหาน้ำอย่างเป็นธรรมจะช่วยลดความขัดแย้งและทำให้ทุกคนวางแผนการผลิตได้มั่นใจขึ้น ขณะเดียวกัน นวัตกรรมที่เข้าถึงง่ายจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนและเพิ่มรายได้อย่างเป็นรูปธรรม มุมมองที่สำคัญคือ งานวิจัยที่ใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนควรถูกส่งต่อไปถึงมือผู้ใช้งานจริง เพื่อเปลี่ยนความรู้ให้เป็นโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หากโครงการสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย การจัดการน้ำคลองห้วยน้อยจะกลายเป็นต้นแบบของการแก้ปัญหาเกษตรที่ผสานโครงสร้างพื้นฐานกับนวัตกรรมท้องถิ่นได้อย่างลงตัว ประชาชนจึงควรติดตามความคืบหน้าและมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ยศชนันสร้างเมกะโปรเจกต์แก้น้ำแล้งกำแพงเพชร ตอบโจทย์ชุมชนได้จริง และสร้างประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ที่มา – ‘ยศชนัน’ สร้างเมกะโปรเจกต์ สงบศึกแย่งน้ำทำเกษตร ขนนวัตกรรมอว.แก้จนให้ชาวกำแพงเพชร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *