ยูเอ็นเอสซีเห็นชอบประจำการทหารรักษาสันติภาพในเลบานอน “เป็นปีสุดท้าย”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ทั้ง 15 ประเทศ มีมติเป็นเอกฉันท์ ขยายระยะเวลาปฏิบัติภารกิจของกำลังชั่วคราวสหประชาชาติในเลบานอน (ยูนิฟิล) ซึ่งประจำการอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ออกไปอีก 1 ปี “และเป็นครั้งสุดท้าย”

มติดังกล่าวหมายความว่า ยูนิฟิลจะปฏิบัติการอยู่ในเลบานอน จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2569 และถอนทหารออกไปภายในระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้น ซึ่งถือเป็นข่าวสำคัญที่หลายฝ่ายต่างจับตาดู ว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในพื้นที่อย่างไร ทั้งในแง่ของความมั่นคงของเลบานอน รวมถึงบทบาทของอิสราเอลในภูมิภาค

ยูเอ็นเอสซีเห็นชอบประจำการทหารรักษาสันติภาพในเลบานอน “เป็นปีสุดท้าย”

อย่างไรก็ตาม ก่อนการลงมตินี้ มีกระแสข่าวมากมายว่าสหรัฐฯ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 สมาชิกถาวรของยูเอ็นเอสซี จะใช้สิทธิวีโต้ แต่ผลปรากฏว่าสหรัฐเลือกไม่ใช้สิทธิดังกล่าว และยังออกเสียงเห็นชอบอีกด้วย เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานว่ารัฐบาลวอชิงตันได้กดดันให้ยูนิฟิล “ต้องยุติภารกิจโดยเร็ว”

ความเป็นมาของภารกิจยูนิฟิลในเลบานอน

ยูนิฟิลก่อตั้งขึ้นตามมติของยูเอ็นเอสซีเมื่อปี พ.ศ. 2521 เพื่อทำหน้าที่เสมือนเป็น “แนวกันชนทางทหาร” ระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน ซึ่งเป็น.country ที่ให้ฐานที่มั่นแก่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ปัจจุบัน ยูนิฟิลมีกำลังพลประจำการราว 10,800 นาย ปักหลักอยู่ตามแนว “เส้นสีน้ำเงิน” ที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน ตามมติของยูเอ็นเอสซี

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของยูนิฟิลอย่างต่อเนื่อง ว่ากลายเป็น “เกราะกำบัง” ให้กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มากกว่า โดยอ้างว่า แม้อิสราเอลยอมถอยร่นออกจากภาคใต้ของเลบานอนแล้วหลายครั้ง แต่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงแทรกซึมเข้าสู่พื้นที่ได้ตลอด

การขยายเวลาภารกิจให้อีก 1 ปี นี้ ถือเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ wiście อย่างไรก็ตาม ความอยากรู้อยากเห็นของประชาชนและนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศยังคงมีสูง ว่าหลังจากยูนิฟิลถอนตัวออกจากเลบานอนแล้ว ใครจะเข้าควบคุมดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว และจะทำอย่างไรเพื่อรักษาระดับความสงบสุขในภูมิภาคนี้ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง

บทสรุปสำคัญในครั้งนี้เปิดโอกาสใหม่สำหรับเลบานอน ในการสร้างความสงบสุขในระยะยาว หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง และใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่เหลืออยู่กับภารกิจฯ อย่างคุ้มค่าที่สุด

ที่มา – ยูเอ็นเอสซีเห็นชอบประจำการทหารรักษาสันติภาพในเลบานอน “เป็นปีสุดท้าย”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *