รถตู้โดยสารอำนาจเจริญ–อุบลฯ ต้นทุนพุ่ง

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องกำลังสร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการขนส่งในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ รถตู้โดยสารอำนาจเจริญ–อุบลฯ ซึ่งต้องรับภาระต้นทุนค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงคิดค่าโดยสารในอัตราเดิม ผู้ประกอบการจึงเผชิญปัญหารายได้ลดลงและทำกำไรได้ยากกว่าเดิม ขณะที่จำนวนผู้โดยสารก็ลดลงจากช่วงปิดเทอมและภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ราคาน้ำมันดีเซลในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญขยับขึ้นไปแตะระดับ 43.55 บาทต่อลิตร ส่งผลโดยตรงต่อการเดินรถแต่ละเที่ยว รถตู้หนึ่งคันต้องวิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่างจังหวัดเป็นระยะทางไกล เมื่อน้ำมันแพงขึ้น ค่าใช้จ่ายประจำวันจึงเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะพยายามลดค่าใช้จ่ายด้านอื่นแล้วก็ตาม

รถตู้โดยสารอำนาจเจริญ–อุบลฯ รับภาระน้ำมันแพง

ผู้ประกอบการเล่าว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันหลายครั้งติดต่อกันทำให้การเดินรถแทบไม่คุ้มทุน เดิมแต่ละเที่ยวอาจพอมีรายได้เหลือสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายและค่าดูแลรถ แต่เมื่อค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น เงินที่เหลือก็ลดลงอย่างชัดเจน บางเที่ยวต้องออกเดินทางทั้งที่มีผู้โดยสารเพียง 3–4 คน จากรถตู้ขนาด 13 ที่นั่ง ทำให้รายรับไม่เพียงพอกับต้นทุนที่เกิดขึ้น

ไม่ใช่เพียงรถตู้เท่านั้น รถมินิบัสขนาดประมาณ 20 ที่นั่งก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยบางวันมีผู้โดยสารเพียง 3 คน ผู้ประกอบการยังไม่สามารถปรับขึ้นค่าโดยสารได้เอง เพราะต้องปฏิบัติตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก หากฝ่าฝืนอาจถูกจับกุมและเสียค่าปรับ ทำให้ต้องยอมแบกรับภาระต้นทุนเอาไว้ก่อน

ปัญหาผู้โดยสารลดทำให้รายได้ไม่พอรายจ่าย

ช่วงปิดเทอมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลงอย่างเห็นได้ชัด นักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้บริการหลักเดินทางน้อยลง ขณะที่ประชาชนทั่วไปก็ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เมื่อรวมกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องเผชิญแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน คือรายรับลดลงและรายจ่ายเพิ่มขึ้น

สำหรับผู้โดยสารเอง การเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางยังเป็นทางเลือกสำคัญ เพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการขับรถส่วนตัว แต่หากผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้ ความถี่ของเที่ยวรถอาจลดลง หรือบางเส้นทางอาจได้รับผลกระทบจนผู้โดยสารเดินทางได้ลำบากกว่าเดิม ดังนั้น ปัญหานี้จึงไม่ได้กระทบเฉพาะเจ้าของรถ แต่เกี่ยวข้องกับคนในพื้นที่ทั้งระบบ

ข้อเสนอให้รัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลืออย่างจริงจัง ทั้งการดูแลราคาน้ำมัน การลดภาระค่าใช้จ่าย และการทบทวนกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับรถตู้โดยสาร หากมีมาตรการช่วยลดต้นทุนในช่วงที่ราคาน้ำมันสูง ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาเที่ยวรถและให้บริการประชาชนได้ต่อเนื่อง

อีกประเด็นที่อยากให้ภาครัฐพิจารณาคือมาตรการบังคับเปลี่ยนรถตู้เมื่อครบวาระหมดอายุ ผู้ประกอบการมองว่ารถหลายคันยังมีสภาพดี ผ่านการดูแลและตรวจสภาพอย่างสม่ำเสมอ สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย หากต้องเปลี่ยนรถใหม่ทันที จะทำให้เกิดภาระหนี้ก้อนใหญ่ในช่วงที่รายได้ลดลงอยู่แล้ว

  • ทบทวนระยะเวลาการบังคับเปลี่ยนรถ โดยพิจารณาจากสภาพรถและผลตรวจความปลอดภัย
  • จัดมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำมันหรือสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินรถ
  • เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับปรุงรถ
  • รับฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการและผู้โดยสารก่อนกำหนดนโยบายใหม่

การช่วยเหลือควรทำอย่างสมดุล ไม่ใช่เพียงการควบคุมค่าโดยสารหรือกำหนดมาตรฐานรถเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงต้นทุนจริงที่เพิ่มขึ้นด้วย เพราะผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบทั้งค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ค่าแรง และค่าใช้จ่ายด้านใบอนุญาตต่าง ๆ หากไม่มีแนวทางประคับประคองที่เหมาะสม ผู้ประกอบการรายเล็กอาจต้องหยุดให้บริการ ซึ่งจะส่งผลต่อระบบขนส่งของประชาชนในต่างจังหวัดโดยตรง

กรณีของ รถตู้โดยสารอำนาจเจริญ–อุบลฯ สะท้อนภาพปัญหาของผู้ประกอบการขนส่งท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี พวกเขายังคงต้องให้บริการประชาชน แม้รายได้ไม่แน่นอนและต้นทุนสูงขึ้นทุกวัน การรับฟังเสียงจากผู้ประกอบการและออกมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุดจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนยังมีทางเลือกในการเดินทาง และผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผู้โดยสาร การใช้บริการอย่างเข้าใจและติดตามข่าวสารเรื่องตารางเดินรถจะช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเร่งหาทางลดแรงกดดันด้านต้นทุนโดยไม่ผลักภาระทั้งหมดไปยังประชาชน เพราะการรักษาระบบขนส่งระหว่างจังหวัดให้เดินหน้าต่อได้ คือการดูแลทั้งอาชีพของผู้ประกอบการและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ไปพร้อมกัน

ที่มา – พิษน้ำมันแพง! รถตู้โดยสารอำนาจเจริญ–อุบลฯ กระอัก ต้นทุนพุ่ง-ผู้โดยสารหด วอนรัฐเห็นใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *