รทสช. หนุน ‘รองประธานสภาฯ’ คนใหม่จาก ‘เพื่อไทย’ เตรียมพร้อมประชุมกฎหมายเพื่อประชาชน
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้เปิดเผยถึงผลการประชุมประจำสัปดาห์ของพรรคว่ามีการหารือถึงประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอย่างละเอียด
การประชุมครั้งนี้มี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรคร่วมไทยสร้างชาติ เป็นประธาน มีการพูดถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 13-15 สิงหาคม 2567 นี้ สภาผู้แทนราษฎรจะเข้าสู่การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในวาระที่ 2 ซึ่งจะใช้เวลาประชุมต่อเนื่องวันละกว่า 10 ชั่วโมง
รทสช. หนุน ‘รองประธานสภาฯ’ คนใหม่จาก ‘เพื่อไทย’ ตามหลักการร่วมรัฐบาล
ตามที่พรรครทสช. มีมติร่วมในการสนับสนุน ผู้เสนอชื่อจากพรรคเพื่อไทย ให้ดำรงตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 นั้น มาจากฐานะของพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับภารกิจสำคัญของพรรคอย่างตรงไปตรงมา
การแก้ไขกฎหมายเพื่อความละเอียดรอบคอบ
โฆษกพรรครทสช. กล่าวเพิ่มเติมถึง ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ว่า แม้สภาผู้แทนราษฎรจะมีมติไปแล้ว แต่ทางวุฒิสภาก็ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อความเหมาะสม และพรรครทสช. ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ จึงมีมติเห็นชอบตามที่วุฒิสภาเสนอ ด้วยความหวังว่าจะเป็นกฎหมายที่ช่วยคุ้มครองและส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ในลักษณะวิถีชีวิตอย่างแท้จริง
กฎหมาย 3 ฉบับที่สัมพันธ์กับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าจับตามองยิ่งไปกว่าคือการพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ของกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างพ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. …, ร่างพ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. … และ ร่างพ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ …) พ.ศ. …
กฎหมายทั้งสามฉบับ เป็นกุญแจสำคัญที่จะส่งผลโดยตรงต่อ นโยบายลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเหลือ 20 บาทตลอดสาย ตามที่รัฐบาลมุ่งเน้นไว้ โดยข้อดีที่ได้คือการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชน และยังส่งเสริมให้ผู้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น
พรรครวมไทยสร้างชาติ เห็นว่ากฎหมายเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อต่อยอดความสามารถของฝ่ายบริหารให้ลงมือปฏิบัติเพื่อสาธารณะชนในวงกว้าง โดยหลังจากการพิจารณาในที่ประชุม พรรครทสช. ได้มีมติสนับสนุนให้เห็นชอบทั้งในวาระ 2 และวาระ 3 เพราะเชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระยะยาว
“พรรคจึงมีมติเห็นชอบกฎหมายทั้ง 3 ฉบับทั้งในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายพี่น้องประชาชน” นายอัครเดช กล่าวปิดท้าย
หากพิจารณาจากทิศทางของกฎหมายทั้งสามฉบับ รวมถึงบทบาทของพรรครทสช.ที่ตัดสินใจเดินหน้าร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อการเปลี่ยนแปลงในสังคมและการขนส่ง การเดินทางของคนเมืองใหญ่ในอนาคตอาจไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป
รทสช.แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจฐานรากและความเป็นอยู่ที่ยังชีพของประชาชน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นก้าวใหม่ที่มีเขตความหวัง และเป็นไปเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติที่ชัดเจนและยั่งยืนในระยะถัดไป