รฟม.เทคอนกรีตกว่า 1,000 ลบ.ม. อุดช่องโหว่อุโมงค์
รฟม.เทคอนกรีตกว่า 1,000 ลบ.ม. อุดช่องโหว่อุโมงค์-จ่อตั้งกรรมการสอบผู้รับเหมา
ในสถานการณ์ที่ถนนสามเสนเกิดการทรุดตัว สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยล่าสุดได้เทคอนกรีตกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่ออุดช่องโหว่ของอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีแผนจ่อตั้งกรรมการสอบสวนผู้รับเหมา เพื่อหาสาเหตุและความรับผิดชอบที่ชัดเจน
รฟม.เทคอนกรีตกว่า 1,000 ลบ.ม. อุดช่องโหว่อุโมงค์
เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ที่อาคารเพชรรัตน์ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เขตดุสิต มีการแถลงความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาถนนสามเสนทรุดตัว โดยมีนายเทียนชัย วงษ์สุวรรณ ผู้ดูแลเขตดุสิต นายวัชรพล คงสวัสดิ์ ผู้แทนจากรฟม. และผู้บริหารโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเข้าร่วม นายเทียนชัย เปิดเผยว่าปัจจุบันมีเจ้าของอาคารพาณิชย์ลงทะเบียนรับความช่วยเหลือเกือบครบแล้ว เหลือเพียง 9 ห้อง และผู้พักอาศัยห้องเช่าอีกประมาณ 10 คน เจ้าหน้าที่จึงขอให้ผู้ได้รับผลกระทบรีบมาลงทะเบียนที่สำนักงานเขต เพื่อรับการดูแลอย่างครบถ้วน
ด้านการทำงานแก้ไขปัญหาในช่วงกลางคืนถึงเช้า แม้จะมีฝนตกหนัก แต่ทีมงานสามารถรับมือได้ดี โดยปิดท่อระบายน้ำ วางกระสอบทราย และใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็กสูบน้ำออกจากหลุม นอกจากนี้ ยังติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่และรถสูบน้ำสำรอง เพื่อเตรียมรับมือฝนหนักที่อาจเกิดขึ้น สำหรับการจราจรในพื้นที่ ก็ยังจัดการได้อย่างราบรื่น โดยในวันจันทร์ สน.สามเสน จะปรับแผนเพิ่มช่องทางบนถนนราชสีมา เปิดเลนเลี้ยวขวาเข้าซอยสวนอ้อย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการโรงพยาบาล

ความคืบหน้าการเทคอนกรีตและมาตรการป้องกัน
นายวัชรพล จากรฟม. ระบุว่าหลังจากเทคอนกรีตแล้ว การตรวจสอบสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินไม่พบดินไหลเข้าเพิ่ม โดยได้เทคอนกรีตกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 2,500 ตัน สูงจากหลังคาอุโมงค์ 4 เมตร จากเป้าหมาย 5 เมตร ในวันพรุ่งนี้ (28 ก.ย.) จะเคลื่อนย้ายซากสิ่งปลูกสร้างที่ตกค้างออก และเทคอนกรีตให้เสร็จ ก่อนพักให้ปูนเซ็ตตัว 1 วัน แล้วถมดินและวางกระสอบทรายเพิ่มความสูงเป็น 7 เมตร เพื่อฟื้นฟูพื้นผิวจราจรให้ใช้งานได้ตามปกติ
ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังหลักคือปริมาณฝน หากเกิน 100 มิลลิเมตร อาจกระทบแผนงาน ดังนั้นจึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำหลายชุดและเบี่ยงทางน้ำใต้ สน.สามเสน เพื่อป้องกันน้ำไหลลงหลุม สำหรับใต้ตัวอาคาร สน.สามเสน จะเทคอนกรีตเสริมความแข็งแรงและใช้กระสอบทรายกันดินสไลด์ แม้เสาค้ำยัน 3 ต้นจะขาด แต่เบื้องต้นไม่กระทบโครงสร้างหลัก อาคารเอียงเพียง 2 มิลลิเมตร หลังซ่อมแซม สภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) จะเข้าตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อประเมินว่าต้องรื้อถอนหรือไม่

ส่วนศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ศูนย์พัฒนาการชุมชนสวนอ้อย มีผู้พักอยู่ 6 คน และผู้ที่ไปพักโรงแรม รฟม.ได้ดูแลค่าใช้จ่ายแล้ว ศูนย์นันทนาการสวนอ้อยจะปิด 30 ก.ย. ผู้ที่ต้องการพักต่อสามารถลงชื่อที่ศูนย์อำนวยการหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยรฟม.รับผิดชอบทั้งหมด
ผลกระทบต่อโรงพยาบาลและการจราจร
ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ย. โรงพยาบาลกลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบ มีคนไข้นัดกว่า 2,000 คน เดินทางมาราว 1,500-1,600 คน และ walk-in อีกกว่า 400 คน ที่จอดรถลดเหลือ 300 คันจาก 500 คัน เพื่อความปลอดภัย วันนี้ให้บริการคลินิกพิเศษและเวชฉุกเฉินปกติ แต่กังวลเรื่องจราจรเข้า-ออก เนื่องจากมีเพียง 2 เส้นทางหลัก คือ ถนนสังคโลกและซอยสวนอ้อย โดยวันจันทร์มีนัดคนไข้ถึง 2,500 คน
- การลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบ: รีบมาที่สำนักงานเขตดุสิต
- มาตรการรับมือฝน: เครื่องสูบน้ำและกระสอบทราย
- การตรวจสอบโครงสร้าง: โดย วสท. หลังซ่อมแซม
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกับผู้รับเหมาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีบริษัท ซิโน-ไทย และ ช.การช่าง เป็นผู้รับจ้าง โดยใช้โมเดลตรวจสอบคล้ายกรณีตึก สตง. ถล่ม เพื่อหาสาเหตุและความรับผิดชอบจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องมีมาตรฐานสูง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ผู้ประกอบการและหน่วยงานรัฐควรร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด หากคุณอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากรฟม. และเตรียมแผนเดินทางสำรองเพื่อหลีกเลี่ยงความลำบาก
ที่มา – รฟม.เทคอนกรีตกว่า 1,000 ลบ.ม. อุดช่องโหว่อุโมงค์-จ่อตั้งกรรมการสอบผู้รับเหมา

