‘รมว.พลังงาน’ สั่งทุกปั๊มลดราคาน้ำมัน 50 สตางค์ มีผล 4 ต.ค.นี้

‘รมว.พลังงาน’ สั่งทุกปั๊มลดราคาน้ำมัน 50 สตางค์ มีผล 4 ต.ค.นี้

ในวันที่ 3 ตุลาคม 2566 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้ประกาศมติสำคัญที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยสั่งปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลง 50 สตางค์ต่อลิตร นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือจากผู้ค้าน้ำมันให้ปรับลดราคาเบนซินทุกประเภทลงอีก 50 สตางค์ต่อลิตรเช่นกัน

การปรับลดราคานี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ คือ 4 ตุลาคม 2566 ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการลดลงเหลือ 31.44 บาทต่อลิตร จากเดิมที่ 31.94 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มเบนซินทุกชนิดจะลดลง 50 สตางค์ต่อลิตรเช่นกัน การเคลื่อนไหวนี้นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้รถยนต์และผู้ประกอบการที่พึ่งพาน้ำมันเป็นหลัก โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19

สาเหตุของการลดราคาน้ำมัน

ปัจจุบัน ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันจากกลุ่ม OPEC+ และความต้องการพลังงานที่ชะลอตัวจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้กองทุนน้ำมันสามารถลดอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนสำหรับน้ำมันดีเซลได้ โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

กบน. มองเห็นถึงความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนให้มีค่าครองชีพที่ถูกลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ขับขี่ยานพาหนะที่ต้องเติมน้ำมันทุกวัน การลดราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินครั้งนี้จึงเป็นมาตรการที่ตรงจุดและทันท่วงที ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการดูแลค่าครองชีพและรักษาเสถียรภาพด้านราคาพลังงานในประเทศ

ผลกระทบจาก ‘รมว.พลังงาน’ สั่งทุกปั๊มลดราคาน้ำมัน 50 สตางค์ มีผล 4 ต.ค.นี้

การลดราคาน้ำมัน 50 สตางค์ต่อลิตร อาจดูเหมือนไม่มาก แต่เมื่อคำนวณในภาพรวมแล้ว จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้จำนวนไม่น้อย เช่น หากเติมน้ำมันดีเซล 40 ลิตรต่อเดือน จะประหยัดได้ 20 บาทต่อเดือน หรือราว 240 บาทต่อปี สำหรับครอบครัวที่มีรถหลายคันหรือผู้ประกอบการขนส่ง ยิ่งช่วยลดต้นทุนได้มากขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญ

นอกจากนี้ การขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันให้ลดราคาเบนซินด้วย แสดงถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการช่วยเหลือประชาชน ผู้ค้าน้ำมันส่วนใหญ่ยินดีปฏิบัติตาม เพื่อรักษาภาพลักษณ์และสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า

  • น้ำมันดีเซล: ลดจาก 31.94 บาท/ลิตร เป็น 31.44 บาท/ลิตร
  • เบนซินทุกประเภท: ลดลง 50 สตางค์ต่อลิตร
  • มีผลตั้งแต่ 4 ตุลาคม 2566

ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 28 กันยายน 2566 ยังคงติดลบอยู่ที่ 17,838 ล้านบาท โดยบัญชีน้ำมันอยู่ที่บวก 24,429 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 42,267 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราเงินกองทุนสำหรับน้ำมันดีเซลครั้งนี้ จะทำให้รายรับจากน้ำมันดีเซลลดลงเหลือวันละ 30.96 ล้านบาท จากเดิม 61.06 ล้านบาท ส่วนรายรับจากเบนซินยังคงเท่าเดิมที่วันละ 93.80 ล้านบาท

ในอนาคต กบน. คาดว่าจะติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด หากแนวโน้มดีต่อเนื่อง อาจมีการปรับลดเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป การเคลื่อนไหวนี้นอกจากช่วยลดภาระค่าครองชีพแล้ว ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ

สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถตรวจสอบราคาน้ำมันล่าสุดได้ที่สถานีบริการใกล้บ้าน หรือติดตามข่าวสารจากกระทรวงพลังงาน หากคุณเป็นผู้ใช้รถยนต์ แนะนำให้วางแผนการเติมน้ำมันให้ดีเพื่อใช้ประโยชน์จากราคาที่ถูกลงนี้ให้เต็มที่

สุดท้าย การลดราคาน้ำมันครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจปัญหาค่าครองชีพของประชาชน หวังว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

ที่มา – ‘รมว.พลังงาน’ สั่งทุกปั๊มลดราคาน้ำมัน 50 สตางค์ มีผล 4 ต.ค.นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *