รวบผัวยิงเมีย พรางชื่อหนีคดีเกือบ 20 ปี ก่อนหมดอายุความ
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘หนีอะไรก็ไม่พ้นเวรกรรม’ ซึ่งในคดีล่าสุดที่เราจะนำมาเล่าสู่กันฟังนี้ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับคนที่คิดจะทำผิดแล้วหลบหนีไปตลอดชีวิตครับ กับกรณี รวบผัวยิงเมีย พรางชื่อหนีคดีเกือบ 20 ปี ก่อนหมดอายุความ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ทำเอาหลายคนต้องทึ่งในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไล่ล่าจนเจอตัวก่อนเส้นตายจะมาถึงในเดือนกันยายนนี้
เหตุผลของการตามล่า รวบผัวยิงเมีย พรางชื่อหนีคดีเกือบ 20 ปี ก่อนหมดอายุความ
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากความหึงหวงส่วนตัวจนนำไปสู่เหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญในปี 2549 ผู้ก่อเหตุคือ นายไสว บุญยงค์ วัย 65 ปี ได้ตัดสินใจใช้อาวุธปืนขนาด .22 ปลิดชีพภรรยาตัวเองเพียงเพราะความโมโหขาดสติ หลังจากก่อเหตุเขาก็เลือกที่จะทิ้งชีวิตเดิมไว้เบื้องหลังและหลบหนีไปกบดานในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งใช้วิธีเปลี่ยนชื่อเพื่ออำพรางตัวตนไม่ให้ใครตามเจอ โดยเขาไม่ติดต่อญาติพี่น้องคนไหนเลยนานเกือบ 20 ปีเพื่อรักษาความลับนี้ไว้
จุดจบหลังพยายามหนีคดี รวบผัวยิงเมีย พรางชื่อหนีคดีเกือบ 20 ปี ก่อนหมดอายุความ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปรามไม่เคยหยุดทำงาน แม้คดีจะยืดเยื้อมาเนิ่นนาน แต่เมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาหมดอายุความในเดือนกันยายนนี้ เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามแกะรอยอย่างหนักจนพบเบาะแสสำคัญว่าผู้ต้องหาแอบไปใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ในที่สุด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่ากลัวความผิดจนต้องขายอาวุธปืนทิ้งแล้วหนีไปตายเอาดาบหน้า
บทเรียนในครั้งนี้ให้ข้อคิดเตือนใจเราหลายอย่างครับ:
- กฎหมายมีอายุความ แต่ความผิดบาปในใจนั้นไม่มีวันหมดอายุ
- การหลบหนีไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่อาจทำให้ชีวิตต้องอยู่อย่างหวาดระแวงตลอดเวลา
- ปัจจุบันเทคโนโลยีการสืบสวนก้าวหน้าไปมาก การจะหลบหนีในยุคดิจิทัลจึงทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ท้ายที่สุดแล้ว ความยุติธรรมอาจจะใช้เวลานาน แต่ก็มักจะมาถึงเสมอ ไม่ว่าผู้กระทำความผิดจะซ่อนตัวได้เนียนเพียงใด หรือพรางชื่อไปมากแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่พ้นสายตาของกฎหมาย การกระทำในอดีตย่อมต้องได้รับผลตามกฎหมายในที่สุดครับ แล้วคุณล่ะครับคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแสดงความคิดเห็นหรือแชร์บทเรียนนี้ให้คนที่คุณรักได้อ่านกันนะครับ
ที่มา – ไม่รอดเส้นตาย! รวบผัวยิงเมีย ‘พรางชื่อ-ซ่อนตัว’ หนีคดีเกือบ 20 ปีขาดอายุความ ก.ย.นี้
