รวบหนุ่มเกาหลีมือฟอกเงินที่สนามบิน ซื้อทองคำแท่งส่งกลับเครือข่าย

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568 พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผู้บังคับการกองปราบปราม ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผู้กำกับกอง 2 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชัยเวง พาด้วง และ พ.ต.ท.จักรพงษ์ รุ่งกำจัด เจ้าหน้าที่สว.กก.2 บก.ปอท. ร่วมกันดำเนินการจับกุมตัว MR. HAN หนุ่มสัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 822/2568 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, แสดงตนเป็นบุคคลอื่นโดยนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่” ที่จุดช่องผู้โดยสารขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ

รวบหนุ่มเกาหลีมือฟอกเงินที่สนามบิน สืบเนื่องจากอาชญากรรมไซเบอร์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากข้อเท็จจริงที่ว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 มีผู้เสียหายหลายคนที่ได้รับการชักชวนให้ลงทุนออนไลน์ผ่านกลุ่ม “คอลเซ็นเตอร์” โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง 30-50% ต่อเดือน เมื่อผู้เสียหายได้ลงทุนเงินจำนวนหนึ่งและเริ่มได้รับผลตอบแทนจริง แต่ในภายหลังไม่สามารถถอนเงินออกมาจากแพลตฟอร์มได้อีก จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง และได้เข้าแจ้งความไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

หลังจากสอบสวนและรวบรวมข้อมูลจนเพียงพอ หน่วยงานตำรวจสามารถออกหมายจับผู้ต้องหา 10 ราย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ฟอกเงินให้กับ”แก๊งคอลเซ็นเตอร์” และอีกส่วนหนึ่งคือเจ้าของบัญชีม้า หลังจากนั้น ตำรวจได้ร่วมมือกับกรมศุลกากรติดตามตัวผู้ต้องหาจนได้เบาะแสว่า MR.HAN ซึ่งมีสัญชาติเกาหลี เตรียมเดินทางเข้าประเทศไทย

หลักฐานสำคัญจากโทรศัพท์มือถือผู้ต้องหา

เพื่อจับตาและวางแผนการดำเนินการ ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ร่วมกับ บก.ตม. ได้ลงพื้นที่สนามบินและสามารถจับกุม MR.HAN ได้ทันทีที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง พร้อมกับยึดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ภายในมีข้อมูลเร่งรัดเกี่ยวกับบัญชีคริปโต เครือข่ายแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงหลักฐานอื่นที่สอดคล้องกับการฟอกเงิน

จากการสอบสวนเบื้องต้น MR.HAN ยืนยันว่าปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเคยไปศึกษาต่อประเทศจีนเป็นเวลา 6 ปี ก่อนกลับประเทศเกาหลีใต้และทำงานในบริษัทที่ให้เขาเปิดบัญชีคริปโตเพื่อรับเงินจากกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ จากนั้นนำเงินไปซื้อ ทองคำแท่ง เพื่อกลับไปส่งให้เครือข่ายในต่างประเทศ

มูลค่าธุรกรรมทางการเงินสูง

ในขั้นตอนตรวจสอบหลักฐาน พบว่าการฟอกเงินในแต่ละครั้งมีมูลค่าทองคำไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม (หรือประมาณ 33 ล้านบาท) และเมื่อดูย้อนกลับไปถึงช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม พ.ศ. 2567 พบว่าบัญชีดิจิทัลของเขาได้รับเงินจำนวนรวมประมาณ 47,300,000 USDT (หรือประมาณ 1,650 ล้านบาท) โดยคาดการณ์ว่าจำนวนนี้ถูกนำมาเปลี่ยนเป็น ทองคำแท่ง ส่งให้กับเครือข่ายอีกครั้ง

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของอาชญากรรมไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบดิจิทัล การใช้ช่องทางทางการค้าเพื่อปกปิดการฟอกเงิน และการแสวงหาผลประโยชน์ผ่านสกุลเงินดิจิทัลจะไม่สามารถควบคุมได้ง่ายหากไม่มีความร่วมมือระหว่างองค์กรในประเทศและต่างชาติ

ในขณะนี้ผู้ต้องหานำตัวไปสอบสวนที่สำนักงานกองปราบปราม เพื่อดำเนินการทางกฎหมายและการไต่สวนเพิ่มเติม

การณ์เช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เงินดิจิทัลกลายเป็นช่องทางข้ามชาติในการฟอกผลประโยชน์อย่างผิดกฎหมาย เตือนประชาชนไม่ควรอะไรง่ายแทบไม่มี คนใดเสนอผลตอบแทนแบบเกินจริง ต้องเพิ่มความระมัดระวังในทุกการทำงาน

ที่มา – รวบคาสนามบินหนุ่มเกาหลีมือฟอกเงิน ซื้อทองคำแท่งส่งกลับเครือข่าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *