รวบ 3 กรรมการบริษัทเครือข่ายสแกมเมอร์
คดีหลอกลงทุนออนไลน์ยังคงสร้างความเสียหายให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์จับกุมผู้ต้องหา 3 รายในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและนนทบุรี หลังพบว่ารับจ้างเป็นกรรมการบริษัทให้เครือข่ายสแกมเมอร์ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหลอกลวงประชาชนจำนวนมากทั่วประเทศ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มีการแบ่งหน้าที่และใช้โครงสร้างบริษัทเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแผนการหลอกลวง
ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายถูกออกหมายจับรวม 12 หมายจับ และเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงออนไลน์ทั้งหมด 46 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 57.6 ล้านบาท เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
รวบ 3 กรรมการบริษัทเครือข่ายสแกมเมอร์ ลวงเหยื่อลงทุน
จุดเริ่มต้นของคดีมาจากผู้เสียหายพบเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ลงทุนระยะสั้น” ซึ่งเผยแพร่ข้อความชักชวนให้ลงทุน โดยอ้างว่าสามารถสร้างรายได้ในเวลาไม่นานและได้รับผลตอบแทนสูง เมื่อผู้เสียหายสนใจและติดต่อกลับ เพจดังกล่าวจะให้แอดไลน์เพื่อพูดคุยกับบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการซื้อขายเหรียญดิจิทัล จากนั้นจึงส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันและแนะนำขั้นตอนการลงทุนอย่างละเอียด
ในช่วงแรก ผู้เสียหายทดลองโอนเงินจำนวนไม่มากไปยังบัญชีธนาคารนิติบุคคลตามที่คนร้ายแจ้ง ระบบปลอมจะแสดงยอดเงินและผลกำไรเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าการลงทุนประสบความสำเร็จจริง เมื่อเห็นตัวเลขกำไรที่ปรากฏบนหน้าจอ จึงตัดสินใจโอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยไม่รู้ว่าข้อมูลทั้งหมดสามารถถูกสร้างหรือควบคุมโดยกลุ่มมิจฉาชีพได้
รวบ 3 กรรมการบริษัทเครือข่ายสแกมเมอร์ หลังใช้บัญชีนิติบุคคลรับเงิน
ต่อมาเมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน ระบบกลับระงับการทำธุรกรรม และอ้างว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหรือภาษีเพิ่มเติม ผู้เสียหายจึงเดินทางไปสอบถามธนาคาร และพบว่าบัญชีปลายทางถูกระงับเนื่องจากมีผู้แจ้งอายัดไว้ก่อนแล้ว บัญชีดังกล่าวยังถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผู้อื่นให้ลงทุน เมื่อทราบความจริง ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความ โดยคดีนี้มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 600,000 บาท
จากการสืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้รับจ้างเปิดและจัดตั้งบริษัท ก่อนส่งต่อบัญชีนิติบุคคลให้กับกลุ่มจัดหาบัญชีม้า บัญชีเหล่านี้ถูกนำไปใช้รับโอนเงินจากเหยื่อหลายราย การใช้บัญชีนิติบุคคลทำให้ดูเหมือนเป็นธุรกิจที่ดำเนินงานจริง และอาจทำให้ผู้เสียหายตัดสินใจโอนเงินได้ง่ายกว่าการโอนไปยังบัญชีบุคคลทั่วไป
คดีนี้จึงไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะผู้ที่พูดคุยกับเหยื่อผ่านโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมผู้ที่ยอมให้ใช้ชื่อเปิดบริษัท เปิดบัญชี หรือส่งต่อข้อมูลทางการเงินให้เครือข่ายมิจฉาชีพด้วย แม้บางคนอาจอ้างว่าไม่ทราบว่าบัญชีจะถูกนำไปใช้ก่อเหตุ แต่การรับจ้างหรือยินยอมให้ผู้อื่นนำข้อมูลไปใช้ อาจทำให้ต้องรับผิดตามกฎหมายหากพบว่ามีส่วนสนับสนุนการกระทำผิด
สัญญาณเตือนก่อนตกเป็นเหยื่อหลอกลงทุน
ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนลงทุนกับแพลตฟอร์มหรือบุคคลที่พบผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะข้อเสนอที่รับประกันกำไรสูงในเวลาอันสั้น เพราะการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง และไม่มีใครสามารถรับรองผลตอบแทนได้แน่นอน หากพบพฤติกรรมดังต่อไปนี้ ควรหยุดตรวจสอบทันที
- โฆษณาที่รับประกันกำไรสูงและอ้างว่าไม่มีความเสี่ยง
- ผู้แนะนำเร่งรัดให้โอนเงินหรือเพิ่มเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง
- ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันจากลิงก์ที่ไม่ใช่ช่องทางทางการ
- ใช้บัญชีบุคคลหรือบัญชีนิติบุคคลที่ตรวจสอบแหล่งที่มาไม่ได้
- อ้างว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ภาษี หรือเงินประกันก่อนถอนกำไร
- ไม่สามารถถอนเงินได้ แม้ระบบจะแสดงยอดกำไรจำนวนมาก
ก่อนตัดสินใจโอนเงิน ควรตรวจสอบชื่อบริษัท ผู้ให้บริการ และใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงค้นหาประวัติการร้องเรียนบนเว็บไซต์หรือช่องทางข่าวที่น่าเชื่อถือ ที่สำคัญไม่ควรเชื่อเพียงภาพยอดกำไรหรือข้อความรีวิวในกลุ่มสนทนา เพราะสิ่งเหล่านี้อาจถูกจัดทำขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้เหยื่อโดยเฉพาะ
หากรู้ตัวว่าถูกหลอก ควรรีบติดต่อธนาคารเพื่อขอระงับธุรกรรม เก็บหลักฐานการสนทนา เลขบัญชี สลิปโอนเงิน ลิงก์เว็บไซต์ และข้อมูลของผู้ติดต่อไว้ให้ครบถ้วน จากนั้นแจ้งความกับตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว การแจ้งเหตุอย่างรวดเร็วอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการติดตามเส้นทางเงินและป้องกันไม่ให้มีผู้เสียหายรายอื่นเพิ่มขึ้น
คดีรวบ 3 กรรมการบริษัทเครือข่ายสแกมเมอร์เป็นบทเรียนสำคัญว่า การลงทุนออนไลน์ต้องเริ่มจากการตรวจสอบ ไม่ใช่การเชื่อคำโฆษณาหรือยอดกำไรที่เห็นบนหน้าจอ หากข้อเสนอใดดูดีเกินจริง ควรหยุดคิดและตรวจสอบก่อนโอนเงินทุกครั้ง เพราะความรอบคอบเพียงไม่กี่นาทีอาจช่วยป้องกันความเสียหายจำนวนมากได้
ที่มา – รวบ 3 กรรมการบริษัทเครือข่ายสแกมเมอร์ ลวงเหยื่อลงทุน! ติดเบ็ดสูญเฉียด 60 ล้าน


