รองอั้มเร่งแก้บ้านทรุดริมคลองเมือง
สถานการณ์บ้านเรือนริมคลองเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเกิดปัญหาพื้นดินและพื้นที่ริมตลิ่งทรุดตัวจากน้ำกัดเซาะเป็นเวลานาน โดยเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับประชาชนในชุมชนวัดวงษ์ฆ้องอย่างมาก เพราะจุดทรุดตัวอยู่ใกล้บ้านพักอาศัยและอาจขยายวงกว้างได้ หากไม่มีการป้องกันอย่างเร่งด่วน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ต.ค. นายกฤษณ์ เถี่ยนมิตรภาพ รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า รองอั้ม นำเจ้าหน้าที่และสมาชิกสภาเทศบาลลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเลขที่ 25/1 หมู่ 5 ชุมชนวัดวงษ์ฆ้อง ตำบลท่าวาสกุรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา หลังได้รับแจ้งจากนางสาวสมฤดี สุขเภรี เจ้าของบ้านว่า พื้นที่ริมคลองเมืองเกิดการทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง
รองอั้มเร่งแก้บ้านทรุดริมคลองเมือง
จากการตรวจสอบพบว่า น้ำจากคลองเมืองเคยท่วมขังบริเวณดังกล่าวเป็นเวลานานนับเดือน เมื่อน้ำลดลงประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน พื้นดินใต้พื้นที่ริมคลองก็เริ่มทรุดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด แนวพื้นที่ที่พังเสียหายมีความยาวกว่า 3 เมตร และอยู่ห่างจากตัวบ้านเพียงประมาณ 2 เมตรเศษ ทำให้เจ้าของบ้านและชาวบ้านใกล้เคียงหวั่นเกรงว่าแรงดันของดินและน้ำจะทำให้พื้นทรุดลงมากกว่าเดิม
นางสาวสมฤดีเล่าว่า หลังน้ำลดลงยังได้ยินเสียงดังเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง จึงไม่มั่นใจในความปลอดภัยของบ้านและคนในครอบครัว การแจ้งเทศบาลให้เข้ามาตรวจสอบจึงเป็นทางออกที่จำเป็น เพราะหากปล่อยให้ดินริมคลองพังต่อไป อาจกระทบถึงโครงสร้างบ้าน ทางเดิน และระบบสาธารณูปโภคบริเวณใกล้เคียงได้
รองอั้มเร่งแก้บ้านทรุดริมคลองเมืองด้วยกระสอบทราย
นายกฤษณ์เปิดเผยว่า หลังเกิดน้ำท่วมต่อเนื่อง เทศบาลพบว่าบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำและริมคลองหลายแห่งได้รับผลกระทบจากการทรุดตัว นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยาจึงมีความห่วงใยและมอบหมายให้รองนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย รวมถึงตรวจหาจุดเสี่ยงที่อาจเกิดการพังทลายเพิ่มเติม
สำหรับพื้นที่ชุมชนวัดวงษ์ฆ้อง จุดดังกล่าวอยู่ในแนวโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมดำเนินการตั้งแต่วัดหน้าพระเมรุมาจนถึงบริเวณที่ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ปัญหาการทรุดตัวเกิดขึ้นก่อนที่โครงการถาวรจะแล้วเสร็จ เทศบาลจึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไขเฉพาะหน้าเพื่อชะลอการกัดเซาะและลดความเสี่ยงต่อบ้านเรือนประชาชน
แนวทางเบื้องต้นคือการนำกระสอบทรายอย่างน้อย 1,000 ลูก ไปถมและเสริมแนวพื้นที่ที่ถูกน้ำกัดเซาะ เพื่อช่วยพยุงดินและลดแรงปะทะของกระแสน้ำ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะประเมินความเหมาะสมในการวางแนวเสาเข็มหรือวัสดุป้องกันเพิ่มเติมบริเวณด้านนอก เพื่อไม่ให้ดินริมคลองทรุดตัวต่อเนื่องในช่วงที่ยังต้องรอการซ่อมแซมถาวร
มาตรการเร่งด่วนก่อนซ่อมแซมถาวร
การใช้กระสอบทรายถือเป็นมาตรการเฉพาะหน้าที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วและช่วยลดความรุนแรงของปัญหาในเบื้องต้น แต่จำเป็นต้องมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ควรตรวจสอบว่ากระสอบทรายยังอยู่ในตำแหน่งเดิมหรือไม่ มีน้ำซึมผ่านบริเวณใด และแนวทรุดตัวขยายเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด หากพบความผิดปกติจะได้ปรับแผนป้องกันให้เหมาะสมทันที
ขณะเดียวกัน เทศบาลจะรวบรวมข้อมูลความเสียหายและนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการระดับอำเภอ ก่อนส่งต่อให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพิจารณาสนับสนุนงบประมาณสำหรับการแก้ไขระยะยาว ขั้นตอนดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะการซ่อมแซมตลิ่งให้มีความมั่นคงจำเป็นต้องออกแบบตามสภาพพื้นที่ ทั้งระดับน้ำ ชนิดของดิน ทิศทางกระแสน้ำ และผลกระทบต่อบ้านเรือนโดยรอบ
- เร่งเสริมแนวป้องกัน: นำกระสอบทรายอย่างน้อย 1,000 ลูกวางในจุดที่ถูกน้ำกัดเซาะ
- ประเมินความเสียหาย: ตรวจสอบแนวทรุดตัวและระยะห่างจากตัวบ้านอย่างต่อเนื่อง
- พิจารณาเสาเข็ม: ประเมินการวางแนวเสาเข็มหรือโครงสร้างเสริมด้านนอกตลิ่ง
- วางแผนซ่อมถาวร: ประสานหน่วยงานระดับอำเภอและจังหวัดเพื่อจัดสรรงบประมาณ
- เฝ้าระวังความปลอดภัย: แจ้งประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่แตกร้าวหรือบริเวณที่มีเสียงผิดปกติ
สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองหรือริมแม่น้ำ ควรหมั่นสังเกตสัญญาณเตือน เช่น พื้นดินแตกร้าว เสาและรั้วเอียง ผนังบ้านมีรอยร้าวใหม่ พื้นบ้านทรุดไม่เท่ากัน หรือมีเสียงดินและโครงสร้างเคลื่อนตัว หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบแจ้งเทศบาลหรือหน่วยงานท้องถิ่น และหลีกเลี่ยงการเข้าไปยืนใกล้ขอบตลิ่ง เพราะพื้นที่อาจพังลงได้โดยไม่ทันตั้งตัว
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลพื้นที่ริมคลองจำเป็นต้องทำทั้งระยะสั้นและระยะยาว การนำกระสอบทรายเข้าช่วยเหลือทันทีช่วยลดความเสี่ยงเฉพาะหน้าได้ แต่การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและการวางระบบระบายน้ำที่เหมาะสมยังเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันปัญหาในอนาคต ความร่วมมือระหว่างเทศบาล หน่วยงานป้องกันภัย และประชาชนในพื้นที่จะช่วยให้การแก้ไขเป็นไปอย่างตรงจุดและปลอดภัยมากขึ้น
การลงพื้นที่ของรองอั้มและทีมงานจึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าปัญหาบ้านทรุดริมคลองเมืองได้รับการติดตามอย่างจริงจัง แม้การแก้ไขถาวรอาจต้องใช้เวลาและงบประมาณ แต่การป้องกันอย่างรวดเร็วในวันนี้จะช่วยลดความเสียหายและสร้างความมั่นใจให้กับครอบครัวที่อาศัยอยู่ริมคลองได้มากขึ้น
ที่มา – ‘รองอั้ม’ นำทีมลงพื้นที่เร่งด่วน ตรวจบ้านทรุดริมคลองเมือง สั่งอัดกระสอบทรายพันลูกแก้น้ำกัดเซาะ


